ผู้บริหารไทยไปเป็นกรรมการบริษัทลูกในต่างประเทศ เงินที่ได้ต้องเสียภาษีในไทยไหม
- Sarawuth Suwanmanee
- 28 ส.ค.
- ยาว 1 นาที

บริษัทไทยที่ขยายไปตั้งบริษัทลูกในต่างประเทศ มักส่งผู้บริหารหรือพนักงานของตัวเองไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทลูก ผลคือคนคนเดียวได้เงินสองทาง คือเงินเดือนจากบริษัทไทย และค่าตอบแทนกรรมการจากบริษัทลูกในต่างประเทศ
คำถามคือเงินสองก้อนนี้เสียภาษีเหมือนกันไหม คำตอบคือไม่เหมือน และแยกกันคนละมาตรา
ก้อนที่ 1 เงินเดือนจากบริษัทไทย เสียภาษีในไทยเต็ม
เงินเดือนและสวัสดิการที่บริษัทไทยจ่ายจากหน้าที่งานของบริษัทในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทยหรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง
ผู้รับต้องนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 48(1) และมาตรา 56
บริษัทผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) และยื่น ภ.ง.ด.1
ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับว่าคนนั้นจะอยู่ในไทยกี่วัน เพราะแหล่งเงินได้อยู่ในไทย
ก้อนที่ 2 ค่าตอบแทนกรรมการจากบริษัทลูกต่างประเทศ
ข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/2478 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 วางเงื่อนไขไว้ว่า ค่าตอบแทนที่บริษัทลูกในต่างประเทศจ่ายให้โดยตรงผ่านบัญชีในต่างประเทศ จะถือเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานในต่างประเทศตามมาตรา 41 วรรคสอง ก็ต่อเมื่อเข้าครบทั้งสามข้อ
การปฏิบัติงานนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทลูกในต่างประเทศ
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในบริษัทไทย และมิได้ทำเพื่อประโยชน์ของบริษัทไทย
บริษัทไทยไม่มีภาระต้องจ่ายค่าตอบแทนนั้น
ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง เช่น บริษัทไทยเป็นผู้รับภาระค่าตอบแทนจริง หรืองานที่ทำเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของบริษัทไทย เงินก้อนนั้นจะกลายเป็นเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง คือเป็นเงินได้ในไทยที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตั้งแต่ต้น
จุดนี้คือจุดที่ต้องระวังที่สุด เพราะการจัดโครงสร้างการจ่ายให้ดูเหมือนจ่ายจากต่างประเทศ แต่ในความจริงบริษัทไทยเป็นผู้รับภาระ จะไม่เข้าเงื่อนไข
แล้วเงินได้ต่างประเทศต้องเสียภาษีในไทยเมื่อไร
ตรงนี้คือส่วนที่เปลี่ยนไปจากเดิม และเป็นสิ่งที่คนยังเข้าใจผิดกันมาก
แนวเดิมคือ ถ้านำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทยคนละปีภาษีกับปีที่มีเงินได้ ก็ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นแนวที่ใช้ตอบข้อหารือฉบับปี 2566 ข้างต้น
แต่กรมสรรพากรได้ออกคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566 ปิดช่องนี้ โดยกำหนดว่า
ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี
มีเงินได้จากแหล่งนอกประเทศที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
เมื่อนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ปีใดก็ตาม ต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีในปีที่นำเข้ามา
เงินได้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ไม่อยู่ในบังคับนี้ แม้จะนำเข้ามาภายหลัง
พูดง่าย ๆ คือ การถือเงินไว้ต่างประเทศข้ามปีแล้วค่อยโอนกลับ ไม่ช่วยแล้ว
อนึ่ง มีร่างมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับกรณีนำเงินได้เข้าประเทศภายในปีที่เกิดเงินได้หรือปีถัดไป แต่ ณ วันที่เขียนบทความนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยกร่างของกรมสรรพากร ยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงยังต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566
สรุป
เงินเดือนและสวัสดิการจากบริษัทไทย มาตรา 41 วรรคหนึ่ง บริษัทไทยหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) ยื่น ภ.ง.ด.1 เสียภาษีในปีที่ได้รับ
ค่าตอบแทนกรรมการจากบริษัทลูกต่างประเทศ ที่เข้าเงื่อนไขครบ 3 ข้อ มาตรา 41 วรรคสอง ไม่มีผู้หักภาษีในไทย ผู้มีเงินได้ยื่นเอง เสียภาษีในปีที่นำเงินเข้าประเทศไทย ถ้าเงินได้เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2567
ค่าตอบแทนที่บริษัทไทยรับภาระจริง แม้จ่ายจากต่างประเทศ มาตรา 41 วรรคหนึ่ง บริษัทไทยหักภาษี ณ ที่จ่าย เสียภาษีในปีที่ได้รับ
สิ่งที่ควรทำ
เขียนสัญญาและมติแต่งตั้งให้ชัดว่าการเป็นกรรมการในบริษัทลูกเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของบริษัทลูก และบริษัทไทยไม่มีภาระจ่ายค่าตอบแทนนั้น
แยกช่องทางการจ่ายให้ชัด เงินเดือนไทยเข้าบัญชีในไทย ค่าตอบแทนกรรมการเข้าบัญชีที่บริษัทลูกเปิดให้ในต่างประเทศ
เก็บหลักฐานการเสียภาษีในต่างประเทศไว้ เพราะอาจใช้ประกอบการขอเครดิตภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อนได้ ควรตรวจเงื่อนไขกับผู้ประกอบวิชาชีพเป็นรายกรณี
นับวันที่อยู่ในประเทศไทยไว้ทุกปี เพราะเกณฑ์ 180 วันเป็นตัวชี้ว่าจะเข้าเกณฑ์เสียภาษีจากเงินได้ต่างประเทศหรือไม่
บันทึกวันที่และจำนวนเงินทุกครั้งที่โอนเงินจากต่างประเทศเข้าไทย เพราะเป็นตัวกำหนดปีภาษีที่ต้องนำมารวมคำนวณ
อ้างอิง ข้อหารือกรมสรรพากร เลขที่ กค 0702/2478 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 · คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 · ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 มาตรา 48 มาตรา 50 และมาตรา 56
อ่านเรื่องการหักภาษีกรณีกรรมการและพนักงานต่างชาติที่รับเงินจากบริษัทไทยได้ที่ กรรมการและพนักงานต่างชาติรับเงินจากบริษัทไทย หักภาษีอย่างไร และ 180 วันสำคัญตรงไหน
ปรึกษาทีม STA หากมีบริษัทลูกในต่างประเทศและต้องวางแผนการยื่นภาษีของผู้บริหาร









ความคิดเห็น