top of page
STA Logo
DBD-สำนักงานบัญชีคุณภาพ
สำนักงานบัญชีตัวแทน

"ปวดหัวเรื่องภาษีและบัญชีอยู่ใช่ไหม?
ให้ STA ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงดูแลคุณ ครบจบในที่เดียว"

ค้นหา

ปิดบริษัทให้จบจริง ต้องผ่านสองด่าน และใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือน

อัปเดตเมื่อ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปิดบริษัท
ปิดบริษัท
คำถามที่ทีม STA ได้ยินบ่อยที่สุดเรื่องนี้คือ "ไม่ได้ทำธุรกิจแล้ว ปล่อยบริษัทไว้เฉย ๆ ได้ไหม"
คำตอบคือ “ได้” แต่การปล่อยทิ้งไว้มีค่าใช้จ่ายแฝงตัวอยู่ในนั้น เพราะบริษัทที่ยังไม่ได้จดเลิกยังมีหน้าที่ยื่นงบการเงินและยื่นแบบภาษีทุกปี แม้ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่บาทเดียว การปล่อยทิ้งจึงไม่ใช่การหยุดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการสะสมค่าปรับเงียบ ๆ ไว้ให้ตัวเองในอนาคต

ปิดบริษัทมีสองด่าน ไม่ใช่ด่านเดียว

  • ด่านที่ 1 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) — จดทะเบียนเลิก และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

  • ด่านที่ 2 กรมสรรพากร — แจ้งเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม ยื่นแบบรอบสุดท้าย และรอการอนุมัติให้ขีดชื่อออกจากระบบ

จดเลิกที่ DBD แล้วแต่ยังไม่เคลียร์กับสรรพากร ถือว่ายังไม่จบ และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้อดีตกรรมการได้รับหนังสือจากสรรพากรหลังจากคิดว่าปิดบริษัทไปแล้วสองปี

ระยะเวลาที่ควรเผื่อไว้จริงคือ 3 ถึง 6 เดือน ไม่ใช่หนึ่งเดือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ


ขั้นที่ 1 ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้เลิก

มติเลิกบริษัทเป็นมติพิเศษ ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สามในสี่ ของจำนวนเสียงของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

ในที่ประชุมเดียวกันนี้ควรตั้งผู้ชำระบัญชีไปด้วย ถ้าไม่ได้ตั้งเป็นอย่างอื่น กรรมการทุกคนของบริษัทจะเป็นผู้ชำระบัญชีโดยผลของกฎหมาย ซึ่งหมายความว่ากรรมการทุกคนต้องเซ็นเอกสารทุกใบในขั้นต่อ ๆ ไป จุดนี้สำคัญมากถ้ากรรมการบางคนอยู่ต่างประเทศหรือติดต่อยาก เพราะจะกลายเป็นคอขวดทันที ทางที่เร็วกว่าคือมีมติตั้งผู้ชำระบัญชีเพียงคนเดียวไปเลย


ขั้นที่ 2 สามอย่างที่ต้องทำภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติ

นี่คือช่วงที่กดดันที่สุด เพราะสามงานนี้มีกำหนดเดียวกัน

  1. ลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง — ค่าลงประกาศอยู่ราวหลักพันต้น ๆ

  2. ส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ถึงเจ้าหนี้ทุกราย — เก็บใบตอบรับไว้เป็นหลักฐาน

  3. ยื่นจดทะเบียนเลิกต่อ DBD ด้วยแบบ ลช.1 และ ลช.2

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชีบริษัทจำกัดไว้ที่ 500 บาท และหนังสือรับรองรายการละ 40 บาท


ขั้นที่ 3 งบการเงิน ณ วันเลิก และการชำระบัญชี

ตรงนี้คือหัวใจ และเป็นเหตุผลว่าทำไมการปิดบริษัทถึงแพงกว่าที่คนคาด

ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำ งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ และงบนี้ต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เหมือนงบประจำปีปกติ ไม่ใช่งบที่ทำเองส่งเองได้

จากนั้นผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่

  • เก็บหนี้จากลูกหนี้ให้ครบ

  • ขายทรัพย์สินที่เหลือ

  • ชำระหนี้เจ้าหนี้ให้หมดก่อน จึงจะคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นได้

  • แบ่งคืนเงินคงเหลือให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน

ลำดับนี้ห้ามสลับ การคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นก่อนชำระหนี้เจ้าหนี้เป็นความรับผิดส่วนตัวของผู้ชำระบัญชี


ขั้นที่ 4 เคลียร์กับกรมสรรพากร

  • แจ้งเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.09 พร้อมคืนใบทะเบียน ภ.พ.20 ภายใน 15 วัน นับจากวันเลิกประกอบกิจการ

  • ยังต้องยื่น ภ.พ.30 ต่อไปทุกเดือน จนกว่าอธิบดีจะสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียน ข้อนี้คนลืมมากที่สุด และเป็นที่มาของค่าปรับรายเดือนที่งอกขึ้นทั้งที่กิจการหยุดไปแล้ว

  • ยื่น ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้าย ภายใน 150 วันนับแต่วันเลิก พร้อมงบการเงิน ณ วันเลิกที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว

  • ถ้ามีลูกจ้าง ต้องแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนและปิดทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมด้วย


ขั้นที่ 5 จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อชำระบัญชีเสร็จ ต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติรายงานการชำระบัญชี แล้วยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อ DBD ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ประชุมอนุมัติ

วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี คือวันที่นิติบุคคลสิ้นสภาพจริง ก่อนหน้านั้นบริษัทยังคงสภาพนิติบุคคลอยู่เพียงเท่าที่จำเป็นแก่การชำระบัญชี


ถ้าชำระบัญชีไม่เสร็จภายใน 1 ปี

กรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะกิจการที่ยังมีหนี้ค้างหรือมีคดีค้างอยู่ ผู้ชำระบัญชีต้อง

  • ยื่นรายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียน ทุก 3 เดือน

  • เรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเมื่อครบทุกหนึ่งปี นับแต่วันเริ่มทำการชำระบัญชี เพื่อรายงานความคืบหน้า

ทุกรอบที่ต่อออกไปคือค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งค่าประชุม ค่าจัดทำรายงาน และค่าบริการวิชาชีพ นี่คือเหตุผลที่การเคลียร์หนี้และลูกหนี้ให้จบ ก่อน มีมติเลิก จะประหยัดกว่ามาก


เก็บเอกสารต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี

ปิดบริษัทแล้วไม่ได้แปลว่าทิ้งเอกสารได้ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้เก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี และอธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจสั่งให้เก็บเกิน 5 ปีได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี

ในทางปฏิบัติ ทีมเราแนะนำให้อดีตกรรมการเก็บชุดเอกสารสำคัญไว้เอง ไม่ใช่ฝากไว้ที่สำนักงานเช่าที่กำลังจะคืนพื้นที่ เพราะถ้าสรรพากรเรียกตรวจย้อนหลังแล้วหาเอกสารไม่ได้ ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับกรรมการ


ห้าจุดที่ทำให้เรื่องยืดและแพงขึ้น

  1. กรรมการอยู่ต่างประเทศหรือติดต่อไม่ได้ — แก้ด้วยการตั้งผู้ชำระบัญชีคนเดียวตั้งแต่ในมติ

  2. ยังมีเงินให้กู้ยืมกรรมการค้างในงบ — รายการนี้ต้องเคลียร์ก่อน ไม่งั้นมีประเด็นดอกเบี้ยและเงินได้ตามมา

  3. สต็อกสินค้าคงเหลือที่ยังไม่ได้จัดการ — การจำหน่ายออกจากบัญชีต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่ตัดทิ้งเฉย ๆ

  4. ยังไม่ได้ยื่นงบปีก่อน ๆ — ต้องยื่นย้อนหลังให้ครบก่อน จึงจะจดเลิกได้ราบรื่น

  5. ลืมยื่น ภ.พ.30 ระหว่างรอขีดชื่อ — ค่าปรับสะสมทุกเดือนที่ไม่ยื่น


ทางเลือกก่อนตัดสินใจปิด

ถ้าเหตุผลที่อยากปิดคือ "ไม่มีรายการแล้วแต่ไม่อยากจ่ายค่าทำบัญชีรายเดือน" ยังมีทางกลาง กิจการที่ไม่มีรายได้และไม่มีค่าใช้จ่ายเลยตลอดรอบบัญชีสามารถใช้อัตรางบเปล่าได้ ซึ่งถูกกว่าการทำบัญชีรายเดือนมาก ดูรายละเอียดที่ บริการรับทำบัญชีรายปี

ทางนี้เหมาะกับกิจการที่ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาทำต่อหรือไม่ เพราะการปิดแล้วเปิดใหม่มีต้นทุนสูงกว่าการพักไว้ในอัตรางบเปล่าหลายเท่า แต่ถ้าตัดสินใจแล้วว่าไม่กลับมาแน่ การปิดให้จบเร็วคือทางที่ถูกที่สุด เพราะทุกปีที่ปล่อยไว้คือค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และความเสี่ยงค่าปรับที่เพิ่มขึ้น


สรุป

  • ปิดบริษัทมีสองด่าน DBD และสรรพากร จบด่านเดียวไม่ถือว่าจบ

  • 14 วัน คือกำหนดที่ปรากฏสามครั้ง — ลงประกาศ แจ้งเจ้าหนี้ จดทะเบียนเลิก และอีกครั้งตอนจดเสร็จการชำระบัญชี

  • 15 วัน สำหรับ ภ.พ.09 คืนใบ ภ.พ.20

  • 150 วัน สำหรับ ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้าย

  • งบ ณ วันเลิกต้องผ่านผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และเก็บเอกสารต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี

ทีมงาน STA รับดำเนินการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีครบทั้งสองด่าน รวมงบ ณ วันเลิกและการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ค่าบริการเริ่มต้น 20,000 บาท ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการและค่าลงประกาศหนังสือพิมพ์ ราคาจริงขึ้นกับจำนวนปีที่ค้างยื่นและรายการที่ต้องเคลียร์ในงบ

ถ้าอยากรู้ว่ากิจการของคุณต้องเคลียร์อะไรก่อนบ้าง ปรึกษาทีมงาน หรือดู บริการจดทะเบียนธุรกิจ


แหล่งอ้างอิง

  • ขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด และอัตราค่าธรรมเนียม — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • ขั้นตอนการชำระบัญชีและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • กำหนดเวลาแจ้งเลิก VAT และยื่น ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้าย — PEAK Account

  • ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสารตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 — cpdclass

หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ขั้นตอนและเอกสารอาจต่างกันตามลักษณะของกิจการและภาระหนี้ที่มีอยู่ ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page