SME ลดภาษีถูกกฎหมายได้ทางไหนบ้าง เริ่มจากสิทธิที่หลายคนลืม
- Sarawuth Suwanmanee
- 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
คำว่า ลดภาษี กับ หนีภาษี ต่างกันสิ้นเชิง สิ่งที่ทีม STA แนะนำเสมอคือใช้สิทธิที่กฎหมายให้มาอยู่แล้วให้ครบก่อน เพราะเอาจริง กิจการจำนวนมากเสียภาษีมากกว่าที่ควร เพราะไม่รู้ว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ SME
บทความนี้สรุปสิ่งที่ทำได้จริงตามกฎหมาย อ้างอิงคู่มือและประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร ไม่ใช่เทคนิคเลี่ยงภาษี
ข้อ 1 เช็กก่อนว่าคุณเข้าเกณฑ์ SME หรือไม่
นิติบุคคลที่จะได้อัตราภาษี SME ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้งสองข้อ
ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท
มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทภายในรอบระยะเวลาบัญชี
อัตราภาษีสำหรับรอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป คิดจากกำไรสุทธิ
กำไรสุทธิ 0 ถึง 300,000 บาท ยกเว้นภาษี
300,001 ถึง 3,000,000 บาท อัตรา 15%
เกิน 3,000,000 บาท อัตรา 20%
นิติบุคคลทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์เสียอัตรา 20% บนกำไรสุทธิทั้งก้อน
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด
สมมุติกำไรสุทธิ 3,000,000 บาท
เข้าเกณฑ์ SME เสียภาษี 300,000 แรกยกเว้น ส่วน 2,700,000 คิด 15% เท่ากับ 405,000 บาท
ไม่เข้าเกณฑ์ คิด 20% ตลอด เท่ากับ 600,000 บาท
ต่างกัน 195,000 บาทในปีเดียว จากการเข้าเกณฑ์หรือไม่เท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขทุนจดทะเบียนควรคิดให้ดีตั้งแต่ตอนจด
ข้อ 2 ทำให้รายจ่ายที่จ่ายจริงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้
จุดที่ SME เสียภาษีเกินมากที่สุดไม่ใช่เพราะกำไรเยอะ แต่เพราะรายจ่ายที่จ่ายไปจริงกลับนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้ ต้องบวกกลับเป็นกำไรและเสียภาษีเพิ่ม
มาตรา 65 ตรี (18) กำหนดว่า รายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม และมาตรา 65 ตรี (13) กำหนดว่ารายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามเช่นกัน
สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ขอใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีในชื่อบริษัททุกครั้ง ไม่ใช่ชื่อกรรมการ
จ่ายผ่านบัญชีธนาคารบริษัทเพื่อให้มีเส้นทางการเงินชัดเจน
มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับค่าเช่า ค่าที่ปรึกษา หรือค่าบริการที่จ่ายประจำ
แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการออกจากค่าใช้จ่ายของกิจการให้ชัด
ข้อ 3 ดูมาตรการภาษีที่รัฐให้สิทธิ SME ไว้
กรมสรรพากรรวบรวมมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับ SME ไว้เป็นหมวด เช่น การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่ง มาตรการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ มาตรการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มาตรการส่งเสริมการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และมาตรการส่งเสริมให้ SME ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
มาตรการเหล่านี้ส่วนมากมีเงื่อนไขและช่วงเวลากำกับ บางมาตรการหมดอายุไปแล้ว บางมาตรการต่ออายุใหม่ บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขสิทธิประโยชน์ของแต่ละมาตรการ เพราะตัวเลขที่เคยถูกอาจกลายเป็นตัวเลขที่ผิดได้ในปีถัดไป ควรตรวจสถานะล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนใช้ทุกครั้ง
ข้อ 4 วางแผนก่อนสิ้นรอบ ไม่ใช่หลังสิ้นรอบ
เมื่อรอบบัญชีปิดไปแล้ว กำไรสุทธิถูกล็อกทันที สิ่งที่ทำได้เหลือแค่กรอกแบบให้ถูก การวางแผนจริงเกิดขึ้นระหว่างปี เช่น ดูตัวเลขกำไรจากงบรายเดือน ประเมินภาษีที่ต้องจ่ายล่วงหน้า และตัดสินใจเรื่องการลงทุนก่อนสิ้นรอบบนข้อมูลจริง
กิจการที่ส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชีทุกเดือนจึงได้เปรียบมากกว่ากิจการที่ส่งทีเดียวตอนสิ้นปี ไม่ใช่เรื่องความสะดวกอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องเงินโดยตรง
สิ่งที่ไม่ควรทำ
การซื้อใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จมาลงเพิ่ม การตั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่มีการจ่ายจริง หรือการแยกบิลขายเพื่อกดรายได้ ไม่ใช่การวางแผนภาษี แต่เป็นความผิดตามกฎหมาย มีทั้งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และความเสี่ยงทางคดี และมาตรา 65 ตรี (9) ระบุชัดว่ารายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง เป็นรายจ่ายต้องห้ามอยู่แล้ว
สรุป
การลดภาษีที่ยั่งยืนที่สุดของ SME ไม่ใช่เทคนิคพิเศษ แต่คือการเข้าเกณฑ์อัตรา SME ให้ครบ เก็บเอกสารให้รายจ่ายทุกบาทหักได้จริง และดูตัวเลขระหว่างปีเพื่อตัดสินใจได้ทัน
ทีมงาน STA ดูแลงานบัญชีและวางแผนภาษีให้ SME โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและ Tax Agent ของกรมสรรพากร
แหล่งอ้างอิง
หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย การใช้สิทธิแต่ละเรื่องขึ้นกับข้อเท็จจริงของกิจการ ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ






ความคิดเห็น