ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กับ 5% ต่างกันอย่างไร เช็กให้ชัดก่อนโอนเงิน
- Sarawuth Suwanmanee
- 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
"หัก 3% หรือ 5% ดี?" เป็นคำถามที่ทีมบัญชี STA ได้รับบ่อยที่สุดคำถามหนึ่ง และเป็นจุดที่ผิดกันบ่อยที่สุดเช่นกัน เพราะถ้าหักผิด คนที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่ผู้รับเงิน แต่คือ "ผู้จ่าย" ซึ่งก็คือกิจการของคุณเอง
บทความนี้สรุปอัตราที่ใช้จริง อ้างอิงคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 พร้อมวิธีแยกกรณีที่คนสับสนบ่อยที่สุด
อัตราหัก ณ ที่จ่าย ที่เจอบ่อยที่สุดในธุรกิจ
อัตราด้านล่างนี้ใช้กับกรณีผู้รับเงินเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ค่าเช่าทรัพย์สิน เช่น อาคาร ที่ดิน รถยนต์ เครื่องจักร — 5%
ค่าจ้างทำของ — 3%
ค่าบริการ — 3%
ค่าวิชาชีพอิสระ เช่น ค่าสอบบัญชี ค่าทนายความ — 3%
รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์จากการส่งเสริมการขาย — 3%
ค่าโฆษณา — 2%
ค่าขนส่ง — 1%
ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย — 1%
อัตราทั้งหมดนี้อ้างอิงคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ซึ่งออกตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร กรณีผู้รับเงินเป็นมูลนิธิหรือสมาคมจะใช้อัตราต่างออกไป
เส้นแบ่งระหว่าง 5% กับ 3% อยู่ตรงไหน
หลักง่าย ๆ คือถามตัวเองว่า "ใครเป็นคนใช้ทรัพย์สินชิ้นนั้น"
หัก 5% เมื่อคุณได้สิทธิครอบครองและใช้ทรัพย์สินนั้นเอง เจ้าของแค่ส่งมอบของให้ ไม่ได้มาทำงานให้
หัก 3% เมื่ออีกฝ่ายเป็นคนใช้ทรัพย์สินของเขาทำงานให้คุณ สิ่งที่คุณซื้อคือ "ผลของงาน" ไม่ใช่สิทธิใช้ของ
3 กรณีที่หักผิดกันบ่อยที่สุด
เช่าออฟฟิศพร้อมค่าส่วนกลาง — ค่าเช่าพื้นที่หัก 5% ส่วนค่าบริการส่วนกลางหัก 3% สองรายการนี้ต้องแยกบรรทัดให้ชัดตั้งแต่ในสัญญาและใบแจ้งหนี้ ถ้ารวมเป็นก้อนเดียว มีความเสี่ยงที่จะถูกมองเป็นค่าเช่าทั้งจำนวน
เช่ารถพร้อมคนขับ — ถ้าเช่ารถเปล่าแล้วพนักงานของคุณขับเอง เข้าลักษณะค่าเช่า แต่ถ้าผู้ให้เช่าจัดคนขับมาให้และเป็นผู้รับผิดชอบการเดินทาง จะเข้าลักษณะค่าขนส่งหรือค่าบริการแทน
จ้างผลิตของตามแบบ — ถ้าคุณเป็นคนกำหนดแบบและผู้รับจ้างผลิตให้ เข้าลักษณะค่าจ้างทำของ หัก 3% แต่ถ้าซื้อสินค้าสำเร็จรูปที่เขาผลิตขายอยู่แล้ว ถือเป็นการซื้อสินค้า ไม่ต้องหัก
หักผิดแล้วเกิดอะไรขึ้น
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 54 หากผู้จ่ายเงินไม่ได้หักภาษีไว้ หรือหักไว้ไม่ครบ ผู้จ่ายต้องรับผิดชำระภาษีส่วนที่ขาดนั้นร่วมกับผู้รับเงิน พูดง่าย ๆ คือสรรพากรเรียกเก็บจากบริษัทคุณได้โดยตรง ไม่ต้องไปตามจากคู่ค้า และยังมีเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย
นี่คือเหตุผลที่การหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่เรื่องเล็ก สำหรับ SME ที่จ่ายค่าเช่าและค่าบริการทุกเดือน ส่วนต่างสองเปอร์เซ็นต์สะสมหลายปีกลายเป็นเงินก้อนที่ไม่ควรจ่าย
กำหนดนำส่งและแบบที่ใช้
ภาษีที่หักไว้ในแต่ละเดือนต้องนำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 52 โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.3 เมื่อผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา และแบบ ภ.ง.ด.53 เมื่อผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล
สรุปให้จำง่าย
ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ถามตัวเองสองข้อ
เราจ่ายเพื่อได้ใช้ของ หรือจ่ายเพื่อได้ผลของงาน
ผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เพราะใช้แบบยื่นคนละใบ
ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ดูจากสัญญาและใบแจ้งหนี้เป็นหลัก และแยกรายการให้ชัดตั้งแต่ตอนทำสัญญา จะปลอดภัยกว่ามาแก้ทีหลังมาก
ทีมงาน STA ดูแลการหัก ณ ที่จ่ายและยื่น ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ให้ลูกค้าทุกเดือนอยู่แล้ว ถ้าไม่แน่ใจว่ารายการไหนต้องหักกี่เปอร์เซ็นต์






ความคิดเห็น