e-Tax Invoice & e-Receipt ต้องทำไหม เริ่มยังไง และคุ้มตรงไหนในปี 2569
- Sarawuth Suwanmanee
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
คำถามที่ทีม STA ได้รับบ่อยขึ้นทุกเดือนคือ "ต้องเปลี่ยนไปออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์แล้วหรือยัง" คำตอบสั้น ๆ คือ ยังไม่บังคับ แต่ปี 2569–2570 เป็นช่วงที่รัฐช่วยออกค่าเปลี่ยนให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมี
ปัญหาคือข้อมูลในตลาดสับสนมาก หลายที่พูดรวมสองระบบที่มีเงื่อนไขคนละอย่างเข้าด้วยกัน จนเจ้าของกิจการเลือกผิดตั้งแต่ต้น บทความนี้แยกให้ชัดว่ามีกี่ระบบ ใครใช้ระบบไหนได้ ต้องเตรียมอะไร และคุ้มตรงไหน
มีสองระบบ ไม่ใช่ระบบเดียว
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด กรมสรรพากรมีทางเลือกสองทาง เงื่อนไขต่างกันชัดเจน และทั้งสองทางใช้ได้เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ตามมาตรา 77/1(6) แห่งประมวลรัษฎากร ถ้ายังไม่ได้จด VAT ยังใช้ไม่ได้ทั้งคู่
1) e-Tax Invoice & e-Receipt
เพดานรายได้ ไม่จำกัด
ออกได้ทั้งใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ
ไฟล์รูปแบบ XML ลงลายมือชื่อดิจิทัล
ต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แบบนิติบุคคล
นำส่งได้ทั้งอัปโหลดเอง Host-to-Host หรือผ่านผู้ให้บริการ
2) e-Tax Invoice by Email
รายได้ต้อง ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
ออกได้เฉพาะใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ — ออกใบรับไม่ได้
ไฟล์รูปแบบ PDF/A-3 ประทับรับรองเวลา
ไม่ต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
ระบบนำส่งให้อัตโนมัติจากอีเมล
แล้วกิจการแบบไหนควรเลือกอะไร
เลือก e-Tax Invoice by Email ถ้า รายได้ยังไม่เกิน 30 ล้านบาท ออกใบกำกับไม่กี่สิบใบต่อเดือน และยังไม่อยากลงทุนอะไร ระบบนี้ไม่ต้องซื้อใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนเริ่มต้นแทบเป็นศูนย์
เลือก e-Tax Invoice & e-Receipt ถ้า ออกเอกสารจำนวนมาก ต้องออกใบรับด้วย ขายให้บริษัทใหญ่ที่ขอไฟล์ XML หรือรายได้กำลังจะเกิน 30 ล้าน เพราะเปลี่ยนทีเดียวจบดีกว่าย้ายระบบสองรอบ
ข้อที่มักถูกมองข้ามคือเรื่องใบรับ ถ้ากิจการของคุณต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้าเป็นเรื่องปกติ ระบบ by Email จะตอบโจทย์ไม่ครบตั้งแต่วันแรก
ต้องเตรียมอะไรบ้าง
สำหรับระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แบบนิติบุคคล จากผู้ให้บริการภายใต้ NRCA — ตัวนี้มีค่าใช้จ่ายรายปีและใช้เวลาออกใบรับรอง ควรเริ่มจากขั้นนี้ก่อนเพราะนานที่สุด
ยื่นแบบ บ.อ.01 เพื่อขออนุมัติจัดทำและนำส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (ถ้าจะเลิกใช้ระบบภายหลังใช้แบบ บ.อ.09)
โปรแกรมลงลายมือชื่อ กรมสรรพากรมี Ultimate Sign & Viewer ให้ดาวน์โหลด หรือใช้ระบบบัญชีที่รองรับอยู่แล้ว
ยืนยันอีเมลภายใน 15 วัน หลังยื่นคำขอ ไม่งั้นต้องเริ่มใหม่
ส่วนระบบ e-Tax Invoice by Email ลงทะเบียนได้ที่ระบบเฉพาะของกรมสรรพากรโดยตรง ไม่ต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
กำหนดเวลาที่พลาดไม่ได้
เมื่อเข้าระบบแล้ว ต้องนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนภาษีถัดไป
ข้อนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะเดิมการออกใบกำกับภาษีเป็นเรื่องระหว่างกิจการกับลูกค้า แต่พอเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ กรมสรรพากรจะเห็นข้อมูลทุกใบทุกเดือน กระบวนการภายในจึงต้องปิดให้ทันก่อนวันที่ 15 ไม่ใช่ค่อยรวบรวมตอนปิดงบ
คุ้มตรงไหน — ตัวเลขจริงของปี 2569–2570
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติต่ออายุมาตรการภาษีสองตัว ตามข่าวประชาสัมพันธ์กรมสรรพากรฉบับที่ 14/2569
หนึ่ง — หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับค่าลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 รอบนี้ครอบคลุมค่าตรวจประเมินระบบที่จ่ายให้หน่วยงานด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเข้ามาด้วย
สอง — ลดอัตราหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% สำหรับการจ่ายเงินผ่านระบบ e-Withholding Tax จากอัตราปกติ 5% 3% และ 2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ตัวที่สองมีผลกับกระแสเงินสดมากกว่าที่ตัวเลขบอก ถ้ากิจการของคุณเป็นผู้รับเงินค่าบริการซึ่งปกติถูกหัก 3% การถูกหักเหลือ 1% หมายถึงเงินสดเข้ากระเป๋าเพิ่ม 2% ของทุกบิลทันที ทั้งที่ภาษีที่ต้องเสียจริงไม่ได้ลดลงเลย เพราะไปเคลียร์กันตอนปลายปีอยู่ดี
หมายเหตุที่ต้องพูดตรง ๆ: ณ วันที่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ออก มาตรการทั้งสองอยู่ในขั้นร่างกฎหมายเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ก่อนใช้สิทธิจริงควรตรวจสถานะการประกาศใช้อีกครั้ง
ถ้ายังไม่พร้อม ควรทำอะไรตอนนี้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งระบบในเดือนเดียว สี่ข้อนี้ทำได้ทันทีและไม่เสียหายถ้าเปลี่ยนใจภายหลัง
เช็กว่ารายได้ปีล่าสุดเกิน 30 ล้านหรือยัง ตัวเลขนี้ตัดสินว่าคุณมีทางเลือกสองทางหรือทางเดียว
นับว่าต้องออกใบรับหรือไม่ ถ้าต้อง ตัดระบบ by Email ออกได้เลย
ถามผู้ให้บริการระบบบัญชีที่ใช้อยู่ ว่ารองรับ e-Tax Invoice แล้วหรือยัง หลายเจ้ารองรับแล้วโดยที่ลูกค้าไม่รู้
เก็บใบเสร็จค่าลงทุนและค่าบริการทุกใบ เพราะเป็นฐานของสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า
สรุป
e-Tax Invoice ยังไม่ใช่เรื่องบังคับ แต่เป็นเรื่องของจังหวะ ช่วง 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 คือหน้าต่างที่ต้นทุนการเปลี่ยนถูกที่สุด และกิจการที่รอจนถึงวันที่ถูกบังคับจริง จะต้องเปลี่ยนในวันที่ไม่มีสิทธิลดหย่อนเหลืออยู่
คำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ "ต้องทำไหม" แต่เป็น "จะทำตอนที่รัฐช่วยจ่าย หรือตอนที่ต้องจ่ายเอง"
ทีมงาน STA ช่วยประเมินได้ว่ากิจการของคุณควรเข้าระบบไหน ต้องเตรียมเอกสารอะไร และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเข้าเงื่อนไขหักรายจ่าย 2 เท่าหรือไม่ ปรึกษาเราได้ ดูรายละเอียดบริการรับทำบัญชีรายเดือน หรือขอใบเสนอราคา
ถ้ายังใช้บิลกระดาษอยู่ ควรรู้ก่อนว่าบิลแบบไหนที่ใช้เป็นรายจ่ายได้ อ่านต่อได้ที่ บิลเงินสดแบบไหนที่สรรพากรยอมรับ และทำอย่างไรเมื่อร้านไม่ออกบิลให้
แหล่งอ้างอิง
ภาพรวมระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt กรมสรรพากร — etax.rd.go.th
เอกสารสัมมนา e-Tax Invoice & e-Receipt กรมสรรพากร — rd.go.th
ข่าวประชาสัมพันธ์กรมสรรพากร ฉบับที่ 14/2569 วันที่ 16 มิถุนายน 2569 — rd.go.th
ระบบ e-Tax Invoice by Email กรมสรรพากร — interapp3.rd.go.th
หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ เงื่อนไขและกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมสรรพากร ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ






ความคิดเห็น