top of page
STA Logo
DBD-สำนักงานบัญชีคุณภาพ
สำนักงานบัญชีตัวแทน

"ปวดหัวเรื่องภาษีและบัญชีอยู่ใช่ไหม?
ให้ STA ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงดูแลคุณ ครบจบในที่เดียว"

ค้นหา

บิลเงินสดแบบไหนที่สรรพากรยอมรับ และทำอย่างไรเมื่อร้านไม่ออกบิลให้

เงินออกจากบัญชีไปจริง แต่พอถึงเวลาปิดงบกลับบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้ — นี่คือเรื่องที่ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กเสียภาษีเกินความจำเป็นมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และเกือบทุกครั้งสาเหตุอยู่ที่เอกสารรับเงิน ไม่ใช่ที่ตัวรายจ่าย

กฎข้อเดียวที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี คือรายการ "รายจ่ายต้องห้าม" ที่ห้ามนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ ข้อที่กระทบธุรกิจขนาดเล็กมากที่สุดมีสามข้อ

  • (9) รายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง

  • (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ

  • (18) รายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ

ข้อ (18) คือข้อที่ทำให้บิลเงินสดกองหนึ่งใช้ไม่ได้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าจ่ายจริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า พิสูจน์ได้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้รับเงิน ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ รายจ่ายนั้นจะถูกบวกกลับเข้าไปในกำไรสุทธิ สำหรับบริษัทที่เสียภาษีในอัตรา 20% รายจ่ายที่ถูกบวกกลับทุก 100,000 บาท หมายถึงภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม 20,000 บาท

เอกสารรับเงินที่ใช้ได้ มี 4 แบบ เรียงจากดีที่สุด

กรมสรรพากรได้ออกคู่มือ "การจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้" ซึ่งวางลำดับเอกสารไว้ชัดเจน หลักคือ ให้ใช้เอกสารระดับสูงสุดที่ทำได้ในสถานการณ์นั้น แล้วค่อยไล่ลงมา

1. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป — ใช้เมื่อผู้ขายจด VAT

มาตรา 86/4 กำหนดรายการที่ต้องมีครบ 8 ข้อ

  1. คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี

  3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

  4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)

  5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ

  6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยแยกออกจากมูลค่าให้ชัดเจน

  7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

  8. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

ขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ภาษีซื้อตามใบนั้นจะนำมาใช้ไม่ได้ จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อไม่ตรงกับหนังสือรับรอง กับการเขียนรายละเอียดสินค้ากว้างเกินไปว่า "ค่าสินค้า" เฉย ๆ

2. ใบรับตามมาตรา 105 ทวิ — ใช้เมื่อผู้ขายไม่ได้จด VAT แต่ออกใบรับให้

มาตรา 105 กำหนดหน้าที่ต้องออกใบรับเมื่อรับชำระเงิน และมาตรา 105 ทวิ กำหนดว่าใบรับต้องมีตัวเลขไทยหรืออารบิกและอักษรไทย แสดงรายการต่อไปนี้

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ

  • ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ

  • เลขลำดับของเล่มและของใบรับ

  • วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ

  • จำนวนเงินที่รับ

  • ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาสินค้า เฉพาะกรณีที่ราคาสินค้าตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป

บิลเงินสดที่ซื้อจากร้านเครื่องเขียนแล้วเขียนมือ ใช้ได้ ถ้ามีรายการครบตามนี้ สิ่งที่มักขาดคือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย และเลขลำดับของใบรับ

3. ใบสำคัญรับเงิน — ใช้เมื่อผู้ขายไม่มีบิล แต่ยอมเซ็นชื่อ

กรณีจ่ายให้บุคคลธรรมดาหรือร้านค้าที่ไม่มีบิลของตัวเอง กิจการเป็นผู้ทำแบบฟอร์มขึ้นมาเอง แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อ ต้องมี

  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (หรือเลขบัตรประชาชน) ของผู้รับเงิน

  • วันที่จ่าย จำนวนเงิน และรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ

  • ลายมือชื่อผู้รับเงิน และลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับเงิน

เงื่อนไขที่มักถูกมองข้าม: ผู้รับเงินต้องประกอบอาชีพนั้นจริง ใบสำคัญรับเงินที่ให้คนในครอบครัวเซ็นให้โดยไม่ได้ทำงานนั้นจริง ไม่ช่วยอะไร และเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนเสมอ

4. ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน — ใช้เมื่อเรียกบิลไม่ได้เลย

เช่น ค่าแท็กซี่ ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ ค่าของเบ็ดเตล็ดจากแผงลอย พนักงานของกิจการเป็นผู้ทำเอกสารและรับรองด้วยข้อความทำนองว่า "รายจ่ายข้างต้นไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับได้" พร้อมลงลายมือชื่อ และต้องมี ผู้มีอำนาจของกิจการอนุมัติ

เอกสารแบบนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย ควรใช้กับรายการเบ็ดเตล็ดจำนวนไม่มาก ถ้าใช้กับรายการก้อนใหญ่หรือใช้บ่อยจนผิดสังเกต จะกลายเป็นประเด็นทันทีเมื่อถูกตรวจ

ใบสำคัญจ่าย และหลักฐานการจ่ายเงิน

นอกจากเอกสารฝั่งผู้รับแล้ว กิจการควรมีใบสำคัญจ่ายของตัวเองคู่กันเสมอ ประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับ วันที่จ่าย ประเภทรายการ จำนวนเงิน ลายมือชื่อผู้รับ และการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ

สิ่งที่ทำให้เอกสารชุดนี้หนักแน่นขึ้นมากคือ ร่องรอยการจ่ายเงินผ่านระบบธนาคาร ได้แก่ สำเนาเช็คขีดคร่อม A/C Payee Only หรือหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้รับโดยตรง เพราะทั้งสองอย่างตอบคำถามตามมาตรา 65 ตรี (18) ได้ในตัวว่าใครเป็นผู้รับเงิน

ถ้าจ่ายเป็นเงินสด ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงินเพิ่ม

กรณีที่เจอบ่อย และเอกสารที่ควรมี

  • ซื้อของเบ็ดเตล็ดจากร้านที่ไม่จด VAT — ใบส่งของหรือใบเสร็จของร้าน ถ้าไม่มี ใช้ใบสำคัญรับเงินพร้อมสำเนาบัตรประชาชน

  • ค่าแท็กซี่ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน — ใบเสร็จของผู้ให้บริการถ้ามี ถ้าไม่มีใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินที่พนักงานรับรอง

  • ค่าเช่าอาคารหรือสำนักงาน — สัญญาเช่า + เอกสารรับเงินจากผู้ให้เช่า + หลักฐานการโอนเงิน และต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

  • ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ที่บิลเป็นชื่อเจ้าของอาคาร — ต้องมีสัญญาเช่าที่ระบุว่าผู้เช่าเป็นผู้ชำระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา พร้อมหลักฐานว่ากิจการเป็นผู้จ่ายจริง ทางที่ดีกว่าคือแจ้งการไฟฟ้าเพิ่มชื่อกิจการในใบกำกับภาษี

  • ค่าอาหารและเบี้ยเลี้ยงระหว่างเดินทาง — ใบเสร็จของร้าน ถ้าไม่มี ใช้ใบรับรองจากพนักงานพร้อมรายละเอียดรายการ

สามเรื่องที่ทำให้บิลใช้ไม่ได้ ทั้งที่มีบิลอยู่ในมือ

  1. บิลออกในชื่อกรรมการ ไม่ใช่ชื่อบริษัท — รายจ่ายกลายเป็นรายจ่ายส่วนตัวตามมาตรา 65 ตรี ทันที ยกเว้นมีสัญญาหรือหลักฐานรองรับว่าเป็นของกิจการ

  2. จ่ายเงินสดก้อนใหญ่โดยไม่มีร่องรอยทางธนาคาร — ต่อให้มีใบเสร็จ ก็ยังพิสูจน์การรับเงินได้อ่อนกว่าการโอนเข้าบัญชีผู้รับ

  3. จ่ายค่าบริการแล้วไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย — เอกสารครบแต่หน้าที่ไม่ครบ กิจการต้องรับผิดในจำนวนที่ไม่ได้หักไว้ ดูรายละเอียดได้ที่ บทความเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กับ 5%

อย่าซื้อบิล เพราะราคาที่ต้องจ่ายไม่คุ้มกัน

เมื่อเอกสารไม่ครบ ทางลัดที่ยังมีคนเสนอขายคือการซื้อใบกำกับภาษีจากที่อื่นมาใส่ นี่ไม่ใช่ความเสี่ยงทางบัญชี แต่เป็นความผิดทางอาญา

  • มาตรา 37 ผู้ที่นำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท

  • มาตรา 89 การนำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาใช้เป็นภาษีซื้อ ต้องเสียเบี้ยปรับสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีนั้น

  • มาตรา 89/1 บวกเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ

รายจ่ายที่บวกกลับเพราะไม่มีเอกสาร เสียภาษีเพิ่มตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ใบกำกับภาษีปลอมเสียเบี้ยปรับสองเท่าของภาษีในใบ บวกเงินเพิ่ม บวกความเสี่ยงทางอาญา ส่วนต่างนี้ใหญ่พอที่จะไม่ต้องคิดนาน

เก็บเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปี

มาตรา 87 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเก็บรายงานและเอกสารประกอบไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี และมาตรา 105 ตรี กำหนดให้เก็บบันทึกและสำเนาใบรับไว้ห้าปีเช่นกัน การเก็บเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ทำได้ แต่ต้องเก็บให้ค้นหาได้จริงและครบถ้วน ไม่ใช่ถ่ายรูปกองรวมไว้ในโทรศัพท์

ถ้ากำลังคิดจะเลิกใช้กระดาษทั้งระบบ ระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt แก้ปัญหาบิลหายและบิลจางได้ตรงจุดที่สุด

สรุปสั้น ๆ

  • คำถามเดียวที่ต้องตอบให้ได้คือ "พิสูจน์ได้ไหมว่าใครรับเงินไป"

  • ไล่ลำดับเอกสาร: ใบกำกับภาษีเต็มรูป → ใบรับตามมาตรา 105 ทวิ → ใบสำคัญรับเงิน + สำเนาบัตรประชาชน → ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

  • มีใบสำคัญจ่ายของกิจการคู่กันเสมอ และจ่ายผ่านธนาคารเมื่อทำได้

  • บิลต้องเป็นชื่อกิจการ และอย่าลืมหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

  • เก็บเอกสารไว้ 5 ปี

เรื่องเอกสารเป็นงานที่ต้องทำสม่ำเสมอทุกเดือน ไม่ใช่งานที่ไล่เก็บทีเดียวตอนปิดงบ ถ้าอยากเห็นภาพว่าเดือนหนึ่งต้องเตรียมอะไรบ้าง ลองอ่าน บทความเรื่องปิดงบการเงินและเดดไลน์ หรือถ้ากำลังชั่งใจว่าควรจด VAT หรือยัง เรามี บทความเรื่องเกณฑ์รายได้ที่ต้องจด VAT ไว้ให้แล้ว

ทีมงานของเราตรวจเอกสารให้ลูกค้าทุกเดือนและแจ้งกลับทันทีเมื่อพบใบที่ใช้ไม่ได้ ดูขอบเขตงานได้ที่ บริการรับทำบัญชีรายเดือน หรือ ขอใบเสนอราคา เพื่อให้เราประเมินจากปริมาณเอกสารจริงของคุณ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้สรุปหลักการทั่วไปจากเอกสารของกรมสรรพากร กรณีเฉพาะของแต่ละกิจการอาจต่างออกไป ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีของท่านก่อนนำไปใช้

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ภาษีซื้อต้องห้าม ใบกำกับภาษีแบบไหนขอคืนไม่ได้ จุดที่ SME พลาดบ่อย

มีใบกำกับภาษีในมือไม่ได้แปลว่าขอคืนภาษีซื้อได้เสมอ ประมวลรัษฎากรมาตรา 82/5 และประกาศอธิบดีฉบับที่ 42 กำหนดภาษีซื้อต้องห้ามไว้ชัดเจน บทความนี้สรุปรายการที่ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมี กฎรถยนต์นั่งไม่เกิ

 
 
 
รายจ่ายต้องห้าม จ่ายจริงแต่หักภาษีไม่ได้ พร้อมเพดานสี่ตัวที่ต้องจำ

กำไรทางบัญชี 800,000 แต่กำไรทางภาษี 1,200,000 — ส่วนต่างคือรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี บทความนี้สรุปเฉพาะรายการที่ SME เจอจริงทุกปี พร้อมเพดานค่ารับรอง 0.3% เพดานค่าเสื่อมรถยนต์นั่ง 1 ล้านบาท และสิ

 
 
 
e-Tax Invoice & e-Receipt ต้องทำไหม เริ่มยังไง และคุ้มตรงไหนในปี 2569

คำถามที่ทีม STA ได้รับบ่อยขึ้นทุกเดือนคือ "ต้องเปลี่ยนไปออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์แล้วหรือยัง" คำตอบสั้น ๆ คือ ยังไม่บังคับ แต่ปี 2569–2570 เป็นช่วงที่รัฐช่วยออกค่าเปลี่ยนให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจังหว

 
 
 

ความคิดเห็น


Our Company

บริษัท เอสทีเอ แอคเคาทติ้ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด

สำนักงานบัญชีคุณภาพ STA | account.co.th

ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล การันตีมาตรฐานระดับสากลในฐานะ "สำนักงานบัญชีคุณภาพ (DBD)" และ "สำนักงานบัญชีตัวแทน (กรมสรรพากร)"

🏆 เราคือ "สำนักงานบัญชีแห่งแรกของไทย" ที่ได้รับรางวัลจรรยาบรรณดีเด่น จากหอการค้าไทย ควบคู่รางวัลธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เครื่องยืนยันความเป็นเลิศและความพร้อมในการดูแลธุรกิจคุณอย่างมืออาชีพ

Head Office

Operating Hours

222/8-9 หมู่บ้านกลางเมือง 

รัชดา-วงศ์สว่าง ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
พื้นที่ให้บริการ
สำนักงานบัญชี นนทบุรี
สำนักงานบัญชี กรุงเทพฯ
สำนักงานบัญชี ชลบุรี

สำนักงานบัญชี ปทุมธานี

สำนักงานบัญชี สมุทรปราการ

สำนักงานบัญชี ปากเกร็ด

สำนักงานบัญชี บางกรวย

จันทร์ - ศุกร์ : 08:30 - 17:30 น.
​​เสาร์ - อาทิตย์ : หยุดทำการ

________________________

Call Center : 02-966-5589

                     : 093-956-1524

Email : crm@account.co.th

© 2026 by ACCOUNT.co.th

bottom of page