ภาษีซื้อต้องห้าม ใบกำกับภาษีแบบไหนขอคืนไม่ได้ จุดที่ SME พลาดบ่อย
- Sarawuth Suwanmanee
- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT จำนวนมากเข้าใจว่า ถ้ามีใบกำกับภาษีอยู่ในมือก็นำภาษีซื้อไปหักจากภาษีขายได้ทั้งหมด ความเข้าใจนี้ทำให้ SME ถูกประเมินย้อนหลังเป็นประจำ เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดกลุ่มภาษีซื้อที่ห้ามนำมาหักไว้ชัดเจน
ภาษีซื้อต้องห้ามอยู่ตรงไหนของกฎหมาย
ฐานของเรื่องนี้คือ มาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักไว้ 6 กลุ่ม
ไม่มีใบกำกับภาษี หรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรตามที่อธิบดีกำหนด
ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ
ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน
ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
กลุ่มที่ (6) กว้างที่สุด รายละเอียดอยู่ใน ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2535 ซึ่งไล่รายการต้องห้ามไว้ในข้อ 2(1) ถึง 2(12)
ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีอะไร จึงจะขอคืนได้
มาตรา 86/4 กำหนดรายการที่ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมี ได้แก่ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบกำกับภาษี ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและของเล่มถ้ามี ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยแยกออกจากมูลค่าให้ชัดแจ้ง วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี และข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด ถ้ารายการเหล่านี้ขาดหรือผิดในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ภาษีซื้อนั้นต้องห้ามตามมาตรา 82/5(2) ทันที
รายการที่ต้องตีพิมพ์ ห้ามเขียนด้วยมือ
ประกาศฉบับที่ 42 ข้อ 2(5) และ 2(12) ระบุว่า ใบกำกับภาษีที่รายการตามมาตรา 86/4(1) คือคำว่า "ใบกำกับภาษี" และรายการตามมาตรา 86/4(2) คือชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย มิได้ตีพิมพ์ขึ้น เป็นภาษีซื้อต้องห้าม เว้นแต่จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 8 แยกไว้ว่ารายการใดต้องตีพิมพ์ และรายการใดเขียนด้วยมือได้
ประกาศฉบับเดียวกันยังห้ามอีกสามกรณีที่พบบ่อย คือ ใบกำกับภาษีที่เป็นสำเนา (copy) ตามข้อ 2(7) ใบกำกับภาษีที่รายการตามมาตรา 86/4 ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตามข้อ 2(10) และใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 และ 86/7 ตามข้อ 2(2) ข้อสุดท้ายสำคัญมาก สลิปอย่างย่อจากปั๊มน้ำมันหรือร้านค้าปลีก ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ และสำนักงานใหญ่หรือสาขา
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 199) กำหนดให้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ และข้อความแสดงว่าเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่เท่าใด คำชี้แจงกรมสรรพากร ระบุว่าหากผู้ซื้อมิได้แจ้งรายการดังกล่าวและได้รับใบกำกับภาษีที่ไม่มีรายการนั้น ภาษีซื้อนั้นจะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ในทางกลับกัน ป.86/2542 ข้อ 4 ผ่อนผันกรณีชื่อผู้ซื้อสะกดผิดเล็กน้อยหรือที่อยู่ไม่ครบถ้วน หากยังระบุตัวผู้ประกอบการและสถานที่ได้ชัดเจน
รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
ประกาศฉบับที่ 42 ข้อ 2(1) ห้ามภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต รวมถึงภาษีซื้อจากสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ดังกล่าวด้วย ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ และค่าเช่ารถเก๋งของบริษัท จึงขอคืนไม่ได้ ข้อยกเว้นมีจำกัด คือการขายรถยนต์ประเภทดังกล่าว การให้บริการเช่ารถยนต์ดังกล่าวของตนเองโดยตรง และการรับประกันวินาศภัยสำหรับรถยนต์ดังกล่าว
อีกกับดักอยู่ที่ข้อ 2(11) กิจการที่ซื้อรถซึ่งมิใช่รถยนต์นั่งมาใช้และขอคืนภาษีซื้อไปแล้ว ต่อมาดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งหรือรถโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ได้รถยนต์ไว้ในครอบครอง ภาษีซื้อนั้นกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ค่ารับรอง
มาตรา 82/5(4) ห้ามภาษีซื้อจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ขยายความว่าครอบคลุมค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ และค่าใช้จ่ายในลักษณะเดียวกัน ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้าจึงขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ ไม่ว่าใบกำกับภาษีจะสมบูรณ์เพียงใด
ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล ค่ารับรองยังหักเป็นรายจ่ายได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ซึ่งแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) โดยค่าสิ่งของที่ให้แก่ผู้รับการรับรองต้องไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว และยอดรวมต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้หรือยอดขาย แต่สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
ใบกำกับภาษีมาช้า ยังใช้ได้ถึงเมื่อไร
ข้อนี้ถูกเล่าต่อกันผิดบ่อยที่สุด ตัวบทที่ใช้จริงคือ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) ข้อ 1 ระบุเหตุที่ทำให้มิได้นำภาษีซื้อไปหักในเดือนภาษีนั้น ได้แก่ เหตุจำเป็นซึ่งเกิดขึ้นตามประเพณีทางการค้า เหตุสุดวิสัย และการได้รับใบกำกับภาษีในเดือนภาษีอื่นที่มิใช่เดือนที่ระบุในใบกำกับภาษี
ข้อ 2 กำหนดว่า "ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี" จุดที่พลาดคือการนับ กฎหมายไม่ได้นับจากวันที่ในใบกำกับภาษี แต่นับจากเดือนถัดจากเดือนที่ออก และต้องมีเหตุตามข้อ 1 รองรับ ไม่ใช่สิทธิที่จะเลือกยื่นเมื่อใดก็ได้
ถ้าขอคืนภาษีซื้อต้องห้ามไปแล้ว จะเจออะไร
มาตรา 89(4) กำหนดว่า การยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้อง อันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้คลาดเคลื่อนไป ต้องเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีซื้อที่แสดงไว้เกินไป กรณีนำใบกำกับภาษีปลอมมาใช้ มาตรา 89(7) กำหนดเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีนั้น และหากมิได้เก็บใบกำกับภาษีสำหรับภาษีซื้อที่ใช้เครดิตไว้ มาตรา 89(9) กำหนดเบี้ยปรับอีกร้อยละสอง
นอกจากเบี้ยปรับ มาตรา 89/1 ยังกำหนดเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยเงินเพิ่มมิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ อ่านต่อได้ที่หน้าค่าปรับภาษี
ภาษีซื้อต้องห้ามกลุ่มไหนยังลงเป็นรายจ่ายได้
มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) วางหลักว่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียน ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่มีข้อยกเว้นสองทาง
ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(4) คือค่ารับรอง ยกเว้นไว้ในตัวบทโดยตรง จึงถือเป็นรายจ่ายได้ โดยยังอยู่ภายใต้เพดานค่ารับรองข้างต้น
ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(6) คือกลุ่มตามประกาศฉบับที่ 42 รวมถึงภาษีซื้อรถยนต์นั่ง ถือเป็นรายจ่ายได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 มาตรา 3
ส่วนภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (1) (2) (3) และ (5) ไม่เข้าข้อยกเว้นทั้งสองทางนี้ ใบกำกับภาษีที่หายไป ที่ขาดสาระสำคัญ รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ และใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก จึงเสียทั้งทาง VAT และภาษีเงินได้นิติบุคคล
สำหรับรถยนต์นั่ง ภาษีซื้อบวกเข้าเป็นต้นทุนรถได้ แต่พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 มาตรา 5 ให้หักค่าสึกหรอจากมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกินหนึ่งล้านบาท
จุดที่ SME พลาดบ่อยที่สุด
เก็บใบกำกับภาษีอย่างย่อจากปั๊มน้ำมันและร้านค้าปลีกมาบันทึกเป็นภาษีซื้อ
รับใบกำกับภาษีที่ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ หรือไม่ระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขา
ขอคืนภาษีซื้อค่าน้ำมันและค่าซ่อมรถเก๋งของกรรมการ
ใช้สำเนาใบกำกับภาษีแทนต้นฉบับ หรือแก้ไขตัวเลขบนใบกำกับภาษีด้วยปากกา
นับหกเดือนจากวันที่ในใบกำกับภาษี แทนที่จะนับจากเดือนถัดจากเดือนที่ออก
ตั้งค่าเลี้ยงรับรองเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปเพื่อหวังขอคืนภาษีซื้อ
แนวทางป้องกันคือคัดกรองใบกำกับภาษีตั้งแต่วันที่รับเอกสาร ไม่ใช่ตอนปิดเดือน ทีมที่ทำบริการรับทำบัญชีรายเดือน จะตรวจรายการตามมาตรา 86/4 ก่อนบันทึก และแยกภาษีซื้อต้องห้ามไปตั้งเป็นรายจ่ายให้ถูกกลุ่ม
ตรวจสอบก่อนถูกประเมิน
หากยื่นผิดมาแล้วหลายเดือน การประเมินย้อนหลังจะมาพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากต้องการให้ทีมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของ STA ทบทวนรายงานภาษีซื้อย้อนหลังและวางระบบคัดกรองใบกำกับภาษี สามารถขอใบเสนอราคาได้ เราประเมินขอบเขตงานจากปริมาณเอกสารจริงก่อนเสมอ






ความคิดเห็น