จ้างพนักงานคนแรก ต้องทำอะไรบ้าง และทำไม 30 วันแรกคือจุดที่พลาดกันมากที่สุด
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

กิจการที่เพิ่งจ้างพนักงานคนแรกมักคิดว่าเรื่องที่ต้องจัดการคือเงินเดือนกับวันหยุด แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าของกิจการโดนย้อนหลังจริง ๆ คือหน้าที่สามชุดที่เริ่มนับถอยหลังทันทีในวันแรกที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และสองในสามชุดนั้นมีกำหนด 30 วัน
บทความนี้เรียงตามลำดับเวลาจริง ว่าอะไรต้องทำก่อนวันเริ่มงาน อะไรต้องทำภายใน 30 วัน และอะไรกลายเป็นงานประจำทุกเดือนหลังจากนั้น
ก่อนวันเริ่มงาน — ตกลงค่าจ้างให้ไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้อยู่ตอนนี้มาจาก ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 แบ่งเป็น 17 ระดับตามพื้นที่ ตั้งแต่ 337 ถึง 400 บาทต่อวัน
กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต — 400 บาทต่อวัน
นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร — 372 บาทต่อวัน
จุดที่พลาดกันบ่อยคือกิจการที่จ่ายเป็นเงินเดือน แล้วคิดว่าอัตราขั้นต่ำเป็นเรื่องของลูกจ้างรายวันเท่านั้น ความจริงคือเมื่อถัวเฉลี่ยกลับมาเป็นรายวันแล้ว ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราของพื้นที่นั้นอยู่ดี และอัตราที่ใช้คืออัตราของจังหวัดที่ลูกจ้างทำงานจริง ไม่ใช่จังหวัดที่จดทะเบียนบริษัท
ภายใน 30 วัน — ขึ้นทะเบียนสองกองทุน
นี่คือส่วนที่กิจการเล็กพลาดมากที่สุด เพราะเข้าใจว่าประกันสังคมเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ ความจริงคือ นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนทั้งสองกองทุนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีหน้าที่ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิด
1. กองทุนประกันสังคม
ขึ้นทะเบียนนายจ้าง พร้อมขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้ลูกจ้าง แล้วนำส่งเงินสมทบทุกเดือน
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานฐานค่าจ้างเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี จากเดิม 15,000 บาทที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2538 ขึ้นเป็น 17,500 บาท
อัตราเงินสมทบยังเท่าเดิมที่ฝ่ายละ 5%
เงินสมทบสูงสุดต่อเดือนจึงเป็น 875 บาท จากเดิม 750 บาท
ลูกจ้างจ่าย 875 นายจ้างสมทบอีก 875 — ต้นทุนฝั่งนายจ้างเพิ่มขึ้น 125 บาทต่อคนต่อเดือน
การปรับครั้งนี้เป็นแบบขั้นบันไดสามระยะ ตัวเลขที่ควรเอาไปวางแผนต้นทุนระยะยาว
ปี 2569–2571 เพดาน 17,500 บาท เงินสมทบสูงสุด 875 บาท
ปี 2572–2574 เพดาน 20,000 บาท เงินสมทบสูงสุด 1,000 บาท
ปี 2575 เป็นต้นไป เพดาน 23,000 บาท เงินสมทบสูงสุด 1,150 บาท
สิ่งที่ควรบอกลูกจ้างด้วยคือ เงินที่ถูกหักเพิ่มไม่ได้หายไปเฉย ๆ สิทธิประโยชน์ขยับขึ้นตามฐานใหม่ เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยจาก 7,500 เป็น 8,750 บาทต่อเดือน เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรจาก 22,500 เป็น 26,250 บาทต่อครั้ง และเงินค่าทำศพจาก 90,000 เป็น 105,000 บาท
2. กองทุนเงินทดแทน
คนละกองทุนกับประกันสังคม และเป็นกองทุนที่เจ้าของกิจการมักไม่รู้ว่ามีอยู่
นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ลูกจ้างไม่ต้องจ่าย
อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.2 ถึง 1.0 ของค่าจ้าง ขึ้นกับประเภทความเสี่ยงของกิจการ และอาจถูกปรับในช่วง 0.1% ถึง 1.5% ตามสถิติการประสบอันตรายของสถานประกอบการเอง
จ่ายเป็นเงินสมทบล่วงหน้าปีละครั้ง ภายใน 31 มกราคม แล้วแจ้งค่าจ้างจริงเพื่อประเมินส่วนต่างด้วยแบบ กท.25ค ภายใน 31 มีนาคมของทุกปี
คุ้มครองกรณีลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยค่าทดแทนคิดจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน เบิกได้สูงสุด 14,000 บาทต่อเดือน
กองทุนนี้คือเหตุผลที่กิจการไม่ควรมองข้ามการขึ้นทะเบียน เพราะถ้าลูกจ้างบาดเจ็บจากการทำงานแล้วนายจ้างยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ภาระค่ารักษาและค่าทดแทนจะตกกับนายจ้างเต็มจำนวน

ทุกเดือนหลังจากนั้น — หักภาษีและยื่นแบบ
เงินเดือนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) โดยวิธีคำนวณคือ ประมาณเงินได้ทั้งปีก่อน แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คำนวณภาษีทั้งปี แล้วหารด้วยจำนวนงวดที่จ่าย
นี่คือจุดที่ทีมเราต้องอธิบายซ้ำบ่อยที่สุด — ไม่ได้เอาเงินเดือนเดือนเดียวมาเข้าตารางอัตราภาษี พนักงานคนแรกของ SME ส่วนใหญ่มีเงินเดือนที่คำนวณแล้วภาษีเป็นศูนย์ แต่หน้าที่ยื่นแบบยังอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่มีภาษีแล้วไม่ต้องยื่น
ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาอีก 8 วัน เป็นวันที่ 15 ตามประกาศที่ครอบคลุมการยื่นถึง 31 มกราคม 2570
ภ.ง.ด.1ก ปีละครั้ง สรุปค่าจ้างและภาษีที่หักไว้ทั้งปีของลูกจ้างทุกคน ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ลูกจ้าง
นำส่งเงินสมทบประกันสังคมด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ต้นทุนจริงของพนักงานคนแรก ไม่ใช่แค่เงินเดือน
ตัวอย่างพนักงานเงินเดือน 20,000 บาทในปี 2569 — เงินเดือนอยู่เหนือเพดาน 17,500 แล้ว จึงคิดเงินสมทบจากเพดาน
เงินเดือน 20,000 บาท
เงินสมทบประกันสังคมฝั่งนายจ้าง 875 บาท
เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ประมาณ 0.2% ของค่าจ้างสำหรับกิจการสำนักงานทั่วไป คิดคร่าว ๆ ราว 40 บาทต่อเดือน
รวมต้นทุนต่อเดือนประมาณ 20,915 บาท ยังไม่รวมสวัสดิการอื่นที่กิจการให้เอง
ส่วนต่างประมาณ 4.6% นี้เป็นตัวเลขที่ควรใส่ไว้ในแผนตั้งแต่ก่อนตัดสินใจจ้าง ไม่ใช่มารู้ตอนสิ้นเดือนแรก
ห้าอย่างที่ควรเตรียมให้เสร็จในสัปดาห์แรก
สัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุตำแหน่ง ค่าจ้าง วันจ่าย และวันเริ่มงานให้ชัด
สำเนาบัตรประชาชนและเลขบัญชีธนาคารของลูกจ้าง สำหรับขึ้นทะเบียนและจ่ายเงินเดือน
แบบแจ้งค่าลดหย่อน (ล.ย.01) จากลูกจ้าง เพื่อคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกตั้งแต่เดือนแรก
จ่ายเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารเสมอ ไม่จ่ายเงินสด เพราะร่องรอยการโอนคือหลักฐานที่พิสูจน์ผู้รับเงินได้ตรงตามที่กฎหมายภาษีต้องการ ถ้าจ่ายเงินสดโดยไม่มีหลักฐาน รายจ่ายค่าจ้างอาจถูกบวกกลับตามมาตรา 65 ตรี (18) อ่านเพิ่มได้ที่ บิลเงินสดแบบไหนที่สรรพากรยอมรับ
ปฏิทินสามวันที่ — วันที่ 7 หรือ 15 สำหรับ ภ.ง.ด.1 วันที่ 15 สำหรับประกันสังคม และ 31 มกราคมสำหรับกองทุนเงินทดแทน
เมื่อทีมโตขึ้น
เมื่อจำนวนลูกจ้างเพิ่มขึ้นถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จะมีหน้าที่เพิ่มเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและทะเบียนลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นคนละชุดกับหน้าที่ทางภาษีและประกันสังคมในบทความนี้ ควรตรวจเกณฑ์จำนวนลูกจ้างกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนถึงจุดนั้น
สรุป
การจ้างคนแรกเปลี่ยนสถานะของกิจการจากผู้เสียภาษี เป็นผู้มีหน้าที่หักและนำส่งภาษีแทนคนอื่น ซึ่งเป็นหน้าที่คนละระดับกัน สามเส้นที่ต้องจำ
30 วัน สำหรับขึ้นทะเบียนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน นับจากวันที่มีลูกจ้าง
วันที่ 7 หรือ 15 ของทุกเดือน สำหรับ ภ.ง.ด.1 แม้ภาษีเป็นศูนย์ก็ยังต้องยื่น
เดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป สำหรับ ภ.ง.ด.1ก และหนังสือรับรอง 50 ทวิ
ทีมงาน STA ขึ้นทะเบียนนายจ้าง จัดทำเงินเดือน และยื่นแบบรายเดือนให้ลูกค้าอยู่แล้วเป็นงานประจำ ถ้ากำลังจะจ้างคนแรกและอยากให้ระบบถูกตั้งแต่เดือนแรก ดู บริการรับทำบัญชีรายเดือน หรือ ขอใบเสนอราคา เพื่อให้เราประเมินจากจำนวนพนักงานและปริมาณเอกสารจริงของคุณ
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนนายจ้าง ขึ้นทะเบียนประกันสังคม หรือแจ้งเข้า-ออกพนักงานผ่านระบบ SSO e-Service เรารับทำให้ กรอกฟอร์มสั้น ๆ รู้ค่าบริการภายใน 1 วันทำการ
แหล่งอ้างอิง
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 มีผล 1 กรกฎาคม 2568 — สรุปอัตราแยกรายจังหวัดที่ hrzoft และ FlowAccount
การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคมสามระยะ เริ่ม 1 มกราคม 2569 — Policy Watch ไทยพีบีเอส
หน้าที่นายจ้างและอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน — FlowAccount
หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเงินสมทบเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของทางราชการ ควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือผู้ทำบัญชีก่อนนำไปใช้









ความคิดเห็น