ภ.ง.ด.51 คืออะไร ประมาณการกำไรพลาดแล้วโดนอะไร และวิธีกันเงินเพิ่ม 20%
- Sarawuth Suwanmanee
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ทุกกลางปี ทีม STA จะได้รับคำถามเดียวกันซ้ำ ๆ ว่า "ประมาณการกำไรใส่เท่าไรดี" คำถามฟังดูเหมือนเรื่องกรอกแบบ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคำถามที่มีค่าปรับติดอยู่ข้างหลัง
ถ้าประมาณการต่ำเกินไป กฎหมายให้เก็บ เงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ชำระขาด และหลายกิจการไม่รู้ว่ามีวิธีกันเงินเพิ่มก้อนนี้ได้ตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องเดาตัวเลขให้แม่นเลยด้วยซ้ำ
ภ.ง.ด.51 คืออะไร ใครต้องยื่น
ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี พูดง่าย ๆ คือรัฐให้จ่ายภาษีล่วงหน้าครึ่งหนึ่งกลางปี แล้วไปหักกลบกับภาษีเต็มปีตอนยื่น ภ.ง.ด.50
บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชี 12 เดือน มีหน้าที่ยื่น โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มที่ใช้ประมาณการกำไรสุทธิ — กิจการทั่วไปรวมถึง SME ส่วนใหญ่ ต้องคาดการณ์กำไรทั้งปีล่วงหน้า
กลุ่มที่ใช้กำไรสุทธิจริงของ 6 เดือนแรก — บริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มนี้ไม่ต้องเดา เพราะใช้ตัวเลขจริง
กิจการที่เพิ่งเปิดและมีรอบบัญชีแรกไม่ครบ 12 เดือน ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ในรอบนั้น
ยื่นเมื่อไร
กำหนดคือ ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของหกเดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
แปลเป็นภาษาคนสำหรับกิจการที่ใช้รอบปฏิทิน มกราคมถึงธันวาคม หกเดือนแรกสิ้นสุด 30 มิถุนายน ดังนั้นกำหนดยื่นคือ 31 สิงหาคม ของปีนั้น
การยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตมักมีประกาศขยายเวลาให้เพิ่ม แต่เป็นประกาศรายปี ไม่ใช่สิทธิถาวร จึงไม่ควรวางแผนโดยถือว่าจะมีทุกปี ควรตรวจประกาศของปีนั้น ๆ ก่อน
คำนวณอย่างไร
สูตรที่กรมสรรพากรใช้อธิบายคือ ภาษีครึ่งปี = (ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี ÷ 2) × อัตราภาษี
จุดที่คนพลาดคือหารสองแล้วลืมว่าตัวตั้งคือกำไรทั้งปี ไม่ใช่กำไรครึ่งปี ถ้าเอากำไรครึ่งปีมาหารสองอีกที ภาษีที่จ่ายจะเหลือครึ่งเดียวของที่ควรจ่ายทันที และนั่นคือจุดเริ่มของเงินเพิ่ม 20%
อัตราภาษีที่ใช้ขึ้นกับว่ากิจการเข้าเกณฑ์ SME หรือไม่ ดูเงื่อนไขได้ในบทความเรื่องอัตราภาษี SME
ประมาณการพลาดแล้วโดนอะไร
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ตรี ถ้าประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงที่เกิดขึ้นในรอบนั้น โดยไม่มีเหตุอันสมควร กิจการต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาด
อ่านให้ดีตรงคำว่า "เกินร้อยละ 25" — กฎหมายเผื่อช่องให้แล้ว ประมาณการที่คลาดเคลื่อนไม่เกิน 25% ไม่โดน สิ่งที่โดนคือการประมาณการต่ำกว่าความจริงอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างให้เห็นภาพ กิจการประมาณการกำไรทั้งปีไว้ 1,000,000 บาท แต่สิ้นปีกำไรจริง 2,000,000 บาท ประมาณการขาดไป 50% ซึ่งเกินเพดาน 25% ส่วนต่างภาษีที่ชำระขาดจึงถูกคิดเงินเพิ่มอีก 20% ทับเข้าไป
ทางที่กันเงินเพิ่มได้จริง โดยไม่ต้องเดาให้แม่น
นี่คือส่วนที่มีค่าที่สุดของบทความนี้ และเป็นสิ่งที่กิจการจำนวนมากไม่รู้
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 กำหนดกรณีที่ถือว่ามี "เหตุอันสมควร" ไว้ กรณีที่ใช้ได้กับ SME ทั่วไปมากที่สุดคือ
ถ้ากิจการยื่น ภ.ง.ด.51 และชำระภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เสียในรอบบัญชีที่แล้ว ให้ถือว่ามีเหตุอันสมควร แม้ภายหลังกำไรจริงจะสูงกว่าประมาณการเกิน 25% ก็ตาม
แปลว่าถ้าปีที่แล้วกิจการเสียภาษีนิติบุคคล 200,000 บาท การจ่ายภาษีครึ่งปีนี้ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป จะปลอดภัยจากเงินเพิ่ม 20% โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลุ้นว่ากำไรปลายปีจะพุ่งไปเท่าไร
อีกกรณีหนึ่งในคำสั่งเดียวกันครอบคลุมกิจการที่ประมาณการไม่ต่ำกว่าปีก่อน แต่จ่ายภาษีครึ่งปีน้อยลงเพราะได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดอัตราภาษี
ถ้าไม่ยื่นเลยล่ะ
การไม่ยื่นแบบมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งฟังดูน้อย แต่ที่แพงกว่าคือเงินเพิ่มจากภาษีที่ค้างชำระ และการที่กิจการเข้าข่ายถูกจับตาเรื่องการยื่นแบบไม่ครบ ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาในอนาคตมากกว่าค่าปรับก้อนแรก
สี่อย่างที่ควรทำก่อนถึงกำหนด
เปิดดูภาษีนิติบุคคลของปีที่แล้วก่อนเลย ตัวเลขนี้คือเส้นปลอดภัยของคุณ ครึ่งหนึ่งของมันคือขั้นต่ำที่ควรจ่าย
ปิดตัวเลข 5 เดือนแรกให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน ประมาณการที่ตั้งบนตัวเลขจริง 5 เดือน แม่นกว่าการเดาจากความรู้สึกมาก
อย่าลืมรายการที่ยังไม่เกิดแต่รู้ว่าจะเกิด เช่น งานใหญ่ที่เซ็นสัญญาแล้วจะรับรู้รายได้ครึ่งปีหลัง หรือค่าใช้จ่ายก้อนโตที่วางแผนไว้
เก็บเอกสารประกอบการประมาณการไว้ ถ้าวันหนึ่งต้องชี้แจงว่าประมาณการต่ำเพราะเหตุอันสมควรจริง เอกสารคือสิ่งเดียวที่พูดแทนคุณได้
สรุป
ภ.ง.ด.51 ไม่ใช่แบบที่ยากกรอก แต่เป็นแบบที่แพงถ้ากรอกแบบไม่คิด เส้นที่ต้องจำมีสองเส้นเท่านั้น
ประมาณการขาดเกิน 25% ของกำไรจริง เจอเงินเพิ่ม 20%
จ่ายครึ่งปีไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของภาษีปีที่แล้ว ถือว่ามีเหตุอันสมควร
ทีมงาน STA ดูแลการประมาณการและยื่น ภ.ง.ด.51 ให้ลูกค้าทุกรายอยู่แล้ว รวมถึงเทียบกับเส้นปลอดภัยของปีก่อนให้ก่อนยื่นทุกครั้ง ปรึกษาเราได้ ดูบริการรับทำบัญชีรายเดือน หรือขอใบเสนอราคา
แหล่งอ้างอิง
หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ การพิจารณาว่ากรณีใดมีเหตุอันสมควรขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ






ความคิดเห็น