จดทะเบียนธุรกิจ เลือกรูปแบบไหนดี ค่าธรรมเนียมเท่าไร และต้องทำอะไรต่อหลังจดเสร็จ
- Sarawuth Suwanmanee
- 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

คำถามแรกของคนที่กำลังจะเปิดกิจการมักไม่ใช่ "จดยังไง" แต่เป็น "จดแบบไหนดี และหลังจดแล้วต้องทำอะไรอีก" บทความนี้ตอบสองข้อนั้นด้วยตัวเลขและข้อกฎหมายจริง ไม่ใช่คำแนะนำกว้าง ๆ
รูปแบบธุรกิจที่จดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีอะไรบ้าง
นิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีสี่รูปแบบหลัก
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หุ้นส่วนทุกคนรับผิดในหนี้ของห้างไม่จำกัดจำนวน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 มีหุ้นส่วนสองจำพวก คือ จำพวกจำกัดความรับผิด ซึ่งรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลง และจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งรับผิดร่วมกันในหนี้ของห้างไม่จำกัด หุ้นส่วนผู้จัดการต้องมาจากจำพวกหลัง
บริษัทจำกัด ผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ เป็นรูปแบบที่ SME เลือกมากที่สุด
บริษัทมหาชนจำกัด สำหรับกิจการที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชน มีข้อกำหนดเข้มกว่ามาก
ถ้าทำในนามบุคคลธรรมดา ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล แต่จดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และเสียภาษีในนามบุคคลตามอัตราก้าวหน้า
ข้อที่คนสับสนบ่อย สหกรณ์ไม่ได้จดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่จดกับนายทะเบียนสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ ส่วนรัฐวิสาหกิจตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ ทั้งสองอย่างไม่ใช่ทางเลือกของผู้ประกอบการทั่วไป

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเท่าไร
อัตราด้านล่างเป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่รวมค่าบริการของสำนักงานบัญชีหรือค่าจัดทำเอกสาร
บริษัทจำกัด จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท และจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท รวม 5,500 บาท
ห้างหุ้นส่วน จดทะเบียนจัดตั้ง 1,000 บาท ทั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด
หนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท
ที่มา คู่มือการจดทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อัตราอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับกรมก่อนยื่นทุกครั้ง
บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ต่างกันตรงไหนที่มีผลจริง
ความต่างที่กระทบกระเป๋าจริงมีสามข้อ
ความรับผิด ผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดรับผิดจำกัดทุกคน แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อยหนึ่งคนที่รับผิดไม่จำกัด และคนนั้นคือหุ้นส่วนผู้จัดการ
การตรวจสอบบัญชี บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบทุกปี แม้ปีนั้นไม่มีรายได้เลย ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2544 ถ้าเข้าเกณฑ์ครบสามข้อพร้อมกัน คือ ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท
ความน่าเชื่อถือ คู่ค้าองค์กรและหน่วยงานราชการหลายแห่งกำหนดให้คู่สัญญาเป็นบริษัทจำกัด และบางงานดูทุนจดทะเบียนประกอบด้วย
ข้อควรระวังของข้อยกเว้นการตรวจสอบบัญชี ใช้กับงบการเงินประจำปีเท่านั้น งบการเงินกรณีเลิกกิจการยังต้องมีผู้สอบบัญชีตรวจเสมอ ไม่ว่าห้างจะเล็กแค่ไหน
จดเสร็จแล้วยังไม่จบ ห้าเรื่องที่ต้องทำต่อ
ค่าปรับที่เราเจอบ่อยที่สุดไม่ได้มาจากขั้นตอนจดทะเบียน แต่มาจากห้าเรื่องนี้ที่ถูกลืมหลังจดเสร็จ
จัดให้มีผู้ทำบัญชี พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด ตั้งแต่วันที่จดทะเบียน ไม่ใช่ตอนสิ้นปี
ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ข้อนี้พลาดกันมากเพราะเจ้าของคิดว่าต้องมีพนักงานหลายคนก่อน
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อถึงเกณฑ์ รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด และบางธุรกิจเลือกจดก่อนถึงเกณฑ์เพราะขอคืนภาษีซื้อได้
ยื่นแบบรายเดือนให้ครบ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ถ้าจดภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน
ปิดงบปีแรกให้ทัน ประชุมใหญ่อนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี ยื่นงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม และยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
อยากรู้ว่าถ้าพลาดแล้วเสียเท่าไร ลองกรอกในเครื่องคำนวณค่าปรับยื่นแบบและนำส่งภาษีล่าช้า ของเรา ใช้ฟรี คำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่ส่งข้อมูลออกจากเครื่อง

ให้ STA ดูแลตั้งแต่วันแรก
บริษัท เอสทีเอ แอคเคาท์ติ้ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดูแลงานบัญชีและภาษีมากว่า 32 ปี รับตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้ง วางระบบบัญชี ยื่นภาษีรายเดือน จนถึงปิดงบและตรวจสอบบัญชี ดูรายละเอียดที่หน้า
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย กรณีของแต่ละกิจการต่างกัน ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีก่อนตัดสินใจ









ความคิดเห็น