หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ ต้องออกกี่ฉบับ เมื่อไหร่ และไม่ออกมีโทษอะไร
- Sarawuth Suwanmanee
- 6 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้รับเงิน หลายกิจการรู้ข้อนี้ดีและหักถูกต้อง แต่หยุดอยู่แค่หักเงินไว้แล้วนำส่ง โดยลืมขั้นตอนที่กฎหมายบังคับต่อจากนั้น คือการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้ถูกหัก และการไม่ออกเป็นความผิดแยกอีกกระทงหนึ่ง มีโทษปรับของตัวเอง
ต้องออกเมื่อไหร่
มาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้ผู้จ่ายเงินออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้ถูกหักทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ไม่ใช่รอออกรวมทีเดียวตอนสิ้นปี
ทำไมต้องสามแผ่น ไม่ใช่สองแผ่น
กฎหมายให้ทำหนังสือรับรองเป็นสองฉบับที่มีข้อความตรงกัน ฉบับที่ 1 มีข้อความว่าสำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ และฉบับที่ 2 มีข้อความว่าสำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากสองฉบับที่ส่งให้ผู้รับเงินแล้ว ผู้จ่ายเงินยังต้องทำสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้เอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการออกใบแทนหากฉบับเดิมสูญหาย รวมเป็นสามแผ่นต่อการหักหนึ่งครั้ง จุดนี้เป็นจุดที่กิจการที่พิมพ์เอกสารเองมักพิมพ์ขาด
เงินเดือนมีข้อยกเว้นเรื่องเวลา
เงินได้ประเภทเงินเดือนตามมาตรา 40 (1) ไม่ต้องออกหนังสือรับรองทุกเดือน กฎหมายผ่อนให้ออกรวมทั้งปีได้ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป แต่ถ้าลูกจ้างออกจากงานระหว่างปี ต้องออกให้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน
จ่ายผ่าน e-Withholding Tax ไม่ต้องออก 50 ทวิ
ข้อนี้คนรู้น้อยกว่าที่ควร การนำส่งภาษีผ่านระบบ e-Withholding Tax ทำได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 3 ปัณรส ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 364 พ.ศ. 2563 โดยผู้จ่ายเงินสั่งจ่ายผ่านธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ธนาคารจะนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรและออกหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ทั้งสองฝ่าย
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 20 เรื่องการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 5 วรรคท้าย ยกเว้นให้ผู้จ่ายเงินไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายผ่านระบบนี้ และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ขยายเวลาลดอัตรา 5% 3% และ 2% เหลือ 1% สำหรับการจ่ายผ่านระบบนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570
ไม่หัก ไม่นำส่ง หรือไม่ออกหนังสือรับรอง เจออะไร
ไม่หักหรือหักขาดไป ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในจำนวนภาษีที่ไม่ได้หักหรือที่ขาดไป ตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง การไปตกลงกับคู่ค้าว่าไม่ต้องหักจึงไม่ช่วยอะไร เพราะกฎหมายไม่ให้ผลกับข้อตกลงนั้น
หักไว้แล้วไม่นำส่ง ผู้มีเงินได้พ้นความรับผิด เหลือผู้จ่ายรับผิดคนเดียวตามมาตรา 54 วรรคสอง
นำส่งช้า เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน และเงินเพิ่มนี้มีเพดาน มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง ตามวรรคสาม
ยื่นแบบล่าช้า เพดานตามกฎหมายคือปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 ส่วนอัตราที่กรมสรรพากรเรียกเก็บในทางปฏิบัติคือ 100 บาทต่อฉบับ ถ้ายื่นภายใน 7 วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลา และ 200 บาทต่อฉบับ ถ้าเกิน 7 วัน ตัวเลขสองชุดนี้คนละเรื่องกัน
ไม่ออกหนังสือรับรอง ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 เช่นเดียวกัน เพราะมาตรานี้ครอบคลุมการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 50 ทวิ ไว้ด้วย
กำหนดเวลานำส่งของแต่ละแบบ
ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 นำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน ตามมาตรา 52 ซึ่งในทางปฏิบัติคือวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน เป็นวันที่ 15 ตามประกาศกระทรวงการคลัง ประกาศฉบับนี้ต่ออายุเป็นช่วง ๆ จึงควรตรวจกำหนดล่าสุดก่อนใช้ทุกปี
ภ.ง.ด.54 สำหรับการจ่ายเงินได้ออกไปให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย นำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเช่นเดียวกัน ส่วน ภ.ง.ด.1ก ซึ่งเป็นแบบสรุปการจ่ายเงินเดือนทั้งปี ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป
เครื่องมือที่ใช้ได้เลย
เราทำ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ไว้ให้ใช้ฟรี เลือกจาก 59 รายการค่าใช้จ่ายที่พบบ่อยที่สุด ระบบจะบอกอัตรา ยอดที่ต้องหัก ยอดจ่ายสุทธิ แบบยื่นที่ต้องใช้ และข้อกฎหมายที่อ้างอิง แล้วกดออกหนังสือรับรองต่อได้ในหน้าเดียวกัน พิมพ์ครบทั้งสามแผ่น พร้อมแปลงยอดภาษีเป็นตัวอักษรให้อัตโนมัติ
เครื่องมือทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณทั้งหมด ข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปที่ใดเลย และไม่มีการเก็บบันทึกบนเซิร์ฟเวอร์ ปิดหน้านั้นแล้วข้อมูลหายไปทันที จึงกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและชื่อที่อยู่ของลูกค้าได้อย่างปลอดภัย
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอัตรา 3% กับ 5% ต่างกันตรงไหน อ่านเพิ่มได้ที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กับ 5% ต่างกันอย่างไร เช็กให้ชัดก่อนโอนเงิน









ความคิดเห็น