top of page
STAロゴ
DBD-สำนักงานบัญชีคุณภาพ
สำนักงานบัญชีตัวแทน

税務や会計でお困りですか?真のエキスパートであるSTAにお任せください。ワンストップで包括的なソリューションをご提供します。

延滞金・罰金
決算書・税務申告の提出が遅れた場合

延滞金・罰金
決算書・税務申告の提出が遅れた場合

延滞金・罰金
決算書・税務申告の提出が遅れた場合

ขั้นตอนปฏิบัติงาน 8 ขั้น สำหรับทีมบัญชี

การหักภาษี ณ ที่จ่ายผิด ไม่ได้จบที่การจ่ายเงินเพิ่ม เพราะผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้รับเงินในภาษีที่ไม่ได้หักหรือหักไม่ครบ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 54 และถ้าหักไว้ครบแล้วไม่นำส่ง ผู้จ่ายรับผิดคนเดียวเต็มจำนวน ลำดับแปดขั้นข้างล่างนี้คือลำดับที่ทีมบัญชีของเราใช้จริงทุกครั้งก่อนจ่ายเงินออก

ขั้นที่ 1 ระบุสถานะของผู้รับเงิน ตรวจจากหนังสือรับรองนิติบุคคล บัตรประชาชน หรือใบเสร็จ ว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือมูลนิธิสมาคม และถ้าเป็นมูลนิธิสมาคม ต้องตรวจต่อว่าอยู่ในประกาศที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) หรือไม่ เพราะสองสถานะนี้ผลต่างกันสิ้นเชิง

ขั้นที่ 2 จำแนกประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 อย่าจำแนกจากชื่อที่เขียนบนใบแจ้งหนี้ ให้ดูสาระของสัญญาเป็นสำคัญ ค่าบริการรถรับส่งอาจเป็นค่าเช่า 5% ค่าขนส่ง 1% หรือค่าบริการ 3% แล้วแต่ว่าผู้ว่าจ้างได้ครอบครองใช้ประโยชน์ในรถเองหรือไม่

ขั้นที่ 3 ตรวจเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำ ดูที่มูลค่ารวมตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ไม่ใช่ยอดจ่ายแต่ละครั้ง

ขั้นที่ 4 เลือกอัตราจากตารางให้ตรงคอลัมน์ ห้ามใช้อัตราของบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลสลับกัน โดยเฉพาะเงินได้มาตรา 40(2) และ 40(3) ที่บุคคลธรรมดาต้องใช้อัตราก้าวหน้า ไม่ใช่อัตราคงที่

ขั้นที่ 5 คำนวณจากฐานก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม หักจากมูลค่าสินค้าหรือบริการก่อน VAT เสมอ ถ้าใบกำกับภาษีระบุยอดรวม ให้ถอด VAT ออกก่อนโดยหารด้วย 1.07

ขั้นที่ 6 ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ รายละเอียดกำหนดเวลาและจำนวนฉบับอยู่ในหัวข้อด้านล่างของหน้านี้

ขั้นที่ 7 ยื่นแบบและนำส่งภาษี ภ.ง.ด.1 สำหรับเงินได้ 40(1) และ 40(2) · ภ.ง.ด.2 สำหรับ 40(3) และ 40(4) · ภ.ง.ด.3 เมื่อผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา · ภ.ง.ด.53 เมื่อผู้รับเป็นนิติบุคคล · ภ.ง.ด.54 เมื่อจ่ายออกไปต่างประเทศ กำหนดยื่นคือภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย

ขั้นที่ 8 จัดเก็บเอกสารและกระทบยอด กระทบยอดภาษีตามแบบยื่นกับบัญชีแยกประเภทภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่งทุกสิ้นเดือน และเก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี

อัตราที่ใช้บ่อยที่สุด เมื่อผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล

ตัวเลขข้างล่างนี้เป็นอัตราสำหรับกรณีผู้รับเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งเป็นกรณีที่พบมากที่สุด ถ้าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา อัตราบางรายการจะต่างออกไป และเงินได้บางประเภทต้องใช้อัตราก้าวหน้า ให้ใช้เครื่องคำนวณด้านบนเลือกประเภทผู้รับเงินให้ตรง

หัก 5% ค่าเช่าอาคาร สำนักงาน โกดัง ที่ดิน คลังสินค้า ค่าเช่ารถยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และค่าเช่าทรัพย์สินอื่น ตามคำสั่ง ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ข้อสำคัญคือต้องเป็นสัญญาเช่าที่ผู้เช่าได้ครอบครองใช้ประโยชน์เอง ถ้าผู้ให้เช่ายังควบคุมดูแลอยู่ จะเข้าลักษณะค่าบริการ หัก 3% แทน

หัก 3% ค่าจ้างทำของ ค่าบริการทั่วไป ค่าซ่อมแซม ค่าติดตั้ง ค่าที่ปรึกษา ค่าอบรมสัมมนาที่จ่ายให้นิติบุคคลเอกชน ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชัน และรางวัลส่วนลดจากการส่งเสริมการขาย

หัก 2% ค่าโฆษณาที่จ่ายให้บริษัทตัวแทนโฆษณา

หัก 1% ค่าขนส่ง เมื่อผู้รับเงินเป็นผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียน ข้อนี้ต่างจากค่าเช่ารถซึ่งหัก 5% เส้นแบ่งอยู่ที่ว่าใครควบคุมการเดินรถ และค่าเบี้ยประกันวินาศภัยที่จ่ายให้บริษัทประกันภัย

หัก 15% การจ่ายค่าสิทธิ ดอกเบี้ย หรือค่าบริการตามมาตรา 40(2) ถึง 40(6) ออกไปให้ผู้รับในต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในไทย ตามมาตรา 70 ยื่นด้วย ภ.ง.ด.54 อัตรานี้อาจลดลงได้ถ้ามีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศนั้น

ไม่ต้องหัก จ่ายให้วัด หน่วยงานราชการ สภาวิชาชีพ และมูลนิธิสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7)(ข) เพราะไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ข้อนี้พลาดกันบ่อยตอนจ่ายค่าอบรมให้สภาวิชาชีพบัญชีหรือสภาวิศวกร

รายการทั้ง 59 รายการพร้อมมาตราและคำสั่งที่อ้างอิงรายบรรทัด อยู่ในเครื่องคำนวณด้านบนของหน้านี้ เลือกรายการแล้วจะเห็นข้อกฎหมายกำกับทุกครั้ง

เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องหัก ไม่ได้มีค่าเดียว

เกณฑ์ 1,000 บาท ใช้กับเงินได้ที่อยู่ในบังคับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด ทั้งค่าเช่า ค่าบริการ ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าจ้างทำของ ข้อสำคัญคือดูที่มูลค่ารวมตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ไม่ใช่ดูที่ยอดจ่ายแต่ละครั้ง ถ้าสัญญารวมตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย แม้แต่ละครั้งจะจ่ายเพียงหลักร้อย ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/7

เกณฑ์ 500 บาท ใช้กับกรณีมาตรา 69 ทวิ คือส่วนราชการหรือองค์การของรัฐจ่ายเงินให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เกณฑ์ 10,000 บาท ใช้กับกรณีมาตรา 50(4)

ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ เงินเดือนและค่าจ้างตามมาตรา 50(1) ต้องคำนวณหักตามอัตราภาษีก้าวหน้าเสมอ ไม่ว่ายอดจะเท่าไหร่

ตัวอย่างที่พลาดกันบ่อยที่สุด สัญญาบริการอินเทอร์เน็ตรายเดือน เดือนละ 800 บาท ทำสัญญา 12 เดือน รวม 9,600 บาท กรณีนี้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน แม้แต่ละเดือนจ่ายไม่ถึง 1,000 บาท เพราะมูลค่าตามสัญญาเกิน 1,000 บาทไปแล้ว

e-Withholding Tax ลดอัตราและลดงานเอกสาร

อัตราลดเหลือ 1% ถึงสิ้นปี 2570

การนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผ่านระบบ e-Withholding Tax ทำได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 3 ปัณรส ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 364 พ.ศ. 2563 โดยผู้จ่ายเงินสั่งจ่ายผ่านธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ธนาคารจะนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรและออกหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ทั้งสองฝ่าย

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ขยายเวลาลดอัตรา 5% 3% และ 2% เหลือ 1% สำหรับการจ่ายผ่านระบบนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามประกาศกรมสรรพากร ปชส. 14/2569

ข้อสังเกตที่ทำให้คนคำนวณผิด อัตราลดนี้ใช้เฉพาะรายการที่อัตราปกติเป็น 5% 3% หรือ 2% เท่านั้น ไม่ครอบคลุมรายการที่อัตราเดิมเป็น 1% อยู่แล้ว เช่นค่าขนส่ง และไม่ครอบคลุมอัตรา 15% ที่จ่ายออกไปต่างประเทศ

จุดที่คนพลาดกันมากที่สุด หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้รับเงิน ถ้าผู้จ่ายไม่ได้หักไว้หรือหักไว้ขาดไป ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในจำนวนภาษีที่ไม่ได้หักหรือที่ขาดไป ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 54 วรรคหนึ่ง แต่ถ้าหักไว้แล้วไม่นำส่ง ผู้มีเงินได้พ้นความรับผิด เหลือผู้จ่ายรับผิดคนเดียวตามวรรคสอง การไปตกลงกับคู่ค้าว่าไม่ต้องหักจึงไม่ช่วยอะไร เพราะกฎหมายไม่ให้ผลกับข้อตกลงนั้น

ถ้าไม่หัก ไม่นำส่ง หรือนำส่งช้า ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม

ตัวภาษีที่ขาดไป ผู้จ่ายรับผิดร่วมหรือรับผิดคนเดียวตามมาตรา 54 แล้วแต่กรณี ยอดนี้ไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือภาษีที่ควรนำส่งตั้งแต่แรก

เงินเพิ่ม ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง นับแต่วันพ้นกำหนดเวลานำส่ง ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน และเงินเพิ่มนี้มีเพดาน คือมิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง ตามมาตรา 27 วรรคสาม

ค่าปรับอาญาจากการยื่นแบบล่าช้า เพดานตามกฎหมายคือปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 ส่วนอัตราที่กรมสรรพากรเรียกเก็บในทางปฏิบัติคือ 100 บาทต่อฉบับ ถ้ายื่นภายใน 7 วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลา และ 200 บาทต่อฉบับ ถ้าเกิน 7 วัน ตัวเลขสองชุดนี้คนละเรื่องกัน อย่าสับสน

ไม่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 เช่นเดียวกัน เพราะมาตรา 35 ครอบคลุมการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 50 ทวิ ไว้ด้วย

กำหนดเวลานำส่งของแต่ละแบบ

ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 นำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน ตามมาตรา 52 ซึ่งในทางปฏิบัติคือวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน เป็นวันที่ 15 ตามประกาศกระทรวงการคลัง ประกาศฉบับนี้ต่ออายุเป็นช่วง ๆ จึงควรตรวจกำหนดล่าสุดก่อนใช้ทุกปี

ภ.ง.ด.54 สำหรับการจ่ายเงินได้ออกไปให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย นำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย เช่นเดียวกัน

ภ.ง.ด.1ก ซึ่งเป็นแบบสรุปการจ่ายเงินได้ประเภทเงินเดือนทั้งปี ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกเมื่อไหร่ และกี่ฉบับ

มาตรา 50 ทวิ กำหนดให้ผู้จ่ายเงินออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้ถูกหักทันทีทุกครั้งที่มีการหัก โดยทำเป็นสองฉบับที่มีข้อความตรงกัน ฉบับที่ 1 มีข้อความว่าสำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ และฉบับที่ 2 มีข้อความว่าสำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้จ่ายเงินต้องทำสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับออกใบแทนในกรณีที่ฉบับเดิมสูญหาย เครื่องมือด้านบนจึงพิมพ์ให้ครบทั้งสามแผ่นในครั้งเดียว

กรณีเงินได้ประเภทเงินเดือนตามมาตรา 40(1) กฎหมายผ่อนให้ออกหนังสือรับรองรวมทั้งปีได้ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป แต่ถ้าลูกจ้างออกจากงานระหว่างปี ต้องออกให้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน

อยากดูตัวเลขเงินเพิ่มและค่าปรับเป็นจำนวนเงินจริง ใช้ เครื่องคำนวณค่าปรับยื่นแบบและนำส่งภาษีล่าช้า แล้วเลือกแท็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้เลย

ยกเว้นไม่ต้องออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ

ข้อที่หลายคนยังไม่รู้ เมื่อนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax ผู้จ่ายเงินได้รับยกเว้นไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ อีก เพราะหลักฐานการรับชำระเงินภาษีที่ธนาคารออกให้ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย แทนได้

ฐานกฎหมายคือประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 20 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลา ในการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ข้อ 5 วรรคท้าย ใช้บังคับตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2563

ผลในทางปฏิบัติคือ กิจการที่ย้ายมาใช้ e-Withholding Tax ประหยัดได้สองทาง ทางหนึ่งคือกระแสเงินสดของคู่ค้า เพราะอัตราลดจาก 5% เหลือ 1% อีกทางคืองานเอกสาร เพราะไม่ต้องพิมพ์ ไม่ต้องเซ็น และไม่ต้องเก็บหนังสือรับรองอีกต่อไป

ข้อควรระวัง การยกเว้นนี้ใช้เฉพาะรายการที่นำส่งผ่านระบบจริง ถ้าเดือนเดียวกันมีบางรายการนำส่งด้วยวิธีปกติ รายการเหล่านั้นยังต้องออกหนังสือรับรองตามเดิม

หนังสือรับรอง 50 ทวิ ต้องออกเมื่อไหร่ และกี่ฉบับ

กำหนดเวลาที่ต้องออก

มาตรา 50 ทวิ แยกกำหนดเวลาไว้สามกรณี ไม่ใช่กำหนดเดียว

เงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) คือเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าจ้างทำงานให้ที่มิใช่ลูกจ้าง ให้ออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี ถ้าลูกจ้างออกจากงานระหว่างปี ให้ออกภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน

เงินได้ที่ต้องหักตามมาตรา 3 เตรส คือกลุ่มค่าเช่า ค่าบริการ ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าจ้างทำของ ให้ออกทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี

เงินได้ตามมาตรา 50(2) (3) และ (4) ให้ออกทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษีเช่นกัน

มีการผ่อนผันเป็นรายกรณี เช่นค่าบริการโทรศัพท์ที่ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย กรมสรรพากรผ่อนผันให้ออกหนังสือรับรองเดือนละครั้งได้ ตามคำสั่ง ป.125/2546 ข้อ 8 กรณีที่ต้องการทำเป็นอย่างอื่นนอกจากที่ประกาศกำหนด ต้องขออนุมัติจากอธิบดีก่อน

จำนวนฉบับ และการออกใบแทน

ต้องออก 2 ฉบับที่มีข้อความตรงกัน ฉบับที่ 1 สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการภาษี และฉบับที่ 2 สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากสองฉบับนั้น ผู้มีหน้าที่ออกยังต้องจัดทำสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้เอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับออกใบแทนกรณีต้นฉบับชำรุดหรือสูญหาย ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 146 ข้อนี้เป็นข้อที่ถูกลืมบ่อยที่สุด

การออกใบแทนให้ถ่ายเอกสารจากสำเนาคู่ฉบับหรือพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ แล้วเขียนคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านบนของเอกสาร และผู้มีหน้าที่ออกต้องลงลายมือชื่อรับรอง

แบบต้องทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศอื่นต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับ ตัวเลขใช้เลขไทยหรือเลขอารบิกก็ได้ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 62 ข้อ 3

โทษกรณีไม่ออกหนังสือรับรอง

ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา 50 ทวิ ต้องรับโทษทางอาญาตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ข้อความนี้พิมพ์อยู่ในตัวแบบเองด้วยในช่องคำเตือน

ข้อที่ควรเข้าใจให้ตรงกัน โทษนี้เป็นโทษของการไม่ออกหนังสือรับรอง แยกจากความรับผิดเรื่องไม่หักหรือไม่นำส่งภาษี ซึ่งผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 54 และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตามมาตรา 27 อีกส่วนหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าเช่ารถกับค่าขนส่ง ต่างกันอย่างไร หัก 5% หรือ 1%

ดูที่ว่าใครควบคุมการเดินรถ ถ้าผู้ว่าจ้างได้ครอบครองใช้ประโยชน์ในรถเอง กำหนดเส้นทางและเวลาเอง เป็นค่าเช่าทรัพย์สิน หัก 5% ถ้าผู้รับเงินยังเป็นผู้ควบคุมดูแลการเดินรถและรับผิดชอบการขนส่งเอง เป็นค่าขนส่ง หัก 1% เฉพาะกรณีผู้รับเป็นผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียน ชื่อที่เขียนบนใบแจ้งหนี้ไม่ใช่ตัวตัดสิน

ลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปแล้ว ต้องทำอย่างไร

ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้รับเงินในจำนวนภาษีที่ไม่ได้หัก ตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตามมาตรา 27 ทางที่ทำได้คือเจรจาขอเรียกคืนจากผู้รับเงิน หรือออกภาษีแทนแล้วนำส่งให้ครบ อีกทางหนึ่งคือถ้าผู้รับเงินได้นำเงินได้ก้อนนั้นไปยื่นแบบและชำระภาษีเองแล้ว ผู้จ่ายหลุดพ้นจากตัวภาษี เหลือแต่เงินเพิ่ม แต่ต้องมีสำเนาหลักฐานการยื่นและใบเสร็จของผู้รับเงินเก็บไว้

หักไว้ครบแล้วแต่ยังไม่นำส่ง จะเป็นอย่างไร

กรณีนี้หนักกว่าการลืมหัก เพราะเมื่อหักไว้ครบถูกต้องแล้ว ผู้รับเงินพ้นความรับผิดทันทีเท่าจำนวนที่ถูกหักไว้ และผู้จ่ายเงินต้องรับผิดชำระภาษีจำนวนนั้นแต่ฝ่ายเดียว ตามมาตรา 54 วรรคสอง กรมสรรพากรจะเรียกจากผู้จ่ายอย่างเดียว เรียกจากผู้รับเงินไม่ได้ และถ้าออกหนังสือรับรองไปแล้วด้วย ผู้รับเงินยังใช้เครดิตภาษีได้ตามปกติ ส่วนผู้จ่ายอาจถูกดำเนินการทั้งทางแพ่งและทางอาญา

จ่ายครั้งนี้ไม่ถึง 1,000 บาท ต้องหักไหม

ดูที่มูลค่ารวมตามสัญญา ไม่ใช่ยอดจ่ายครั้งนี้ ถ้าสัญญารายนั้นรวมตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย แม้ครั้งนี้จะจ่ายเพียง 300 บาท ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/7 และถ้าตอนแรกยังไม่ถึง 1,000 บาทแล้วภายหลังมีการจ่ายเพิ่มจนรวมถึง ต้องหักย้อนตั้งแต่ครั้งแรก

ผู้รับเงินไม่ยอมให้หัก ทำอย่างไร

หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่เรื่องที่ตกลงกันได้ ถ้าผู้รับเงินไม่ยอม ทางเลือกที่ถูกต้องมีสองทาง ทางแรกคือหักตามกฎหมายและออกหนังสือรับรองให้ ทางที่สองคือผู้จ่ายออกภาษีแทนผู้รับเงินโดยบวกเพิ่มในราคา แล้วนำส่งให้ครบ สิ่งที่ทำไม่ได้คือไม่หักและไม่นำส่ง เพราะภาระจะกลับมาที่ผู้จ่ายทั้งก้อนพร้อมเงินเพิ่ม

นำส่งผ่าน e-Withholding Tax แล้ว ยังต้องออกหนังสือรับรองไหม

ไม่ต้อง หลักฐานการรับชำระเงินภาษีที่ธนาคารออกให้เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย แทนหนังสือรับรองได้ และได้รับยกเว้นการออกหนังสือรับรองตามมาตรา 50 ทวิ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 20 ข้อ 5 วรรคท้าย แต่ถ้าเดือนนั้นมีบางรายการนำส่งด้วยวิธีปกติ รายการเหล่านั้นยังต้องออกหนังสือรับรองตามเดิม

หักผิดครั้งเดียว ภาระกลับมาที่ผู้จ่ายทั้งก้อน

ทีม STA รับดูแลงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบวงจร ตั้งแต่จำแนกประเภทเงินได้ให้ถูกตั้งแต่ต้น คำนวณและออกหนังสือรับรอง ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.54 ไปจนถึงกระทบยอดภาษีค้างนำส่งทุกสิ้นเดือน ดูแลโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียน ประสบการณ์ 32 ปี สำนักงานบัญชีคุณภาพขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ถ้าย้อนหลังพบว่าหักไม่ครบหรือยังไม่ได้นำส่ง เราตรวจให้ก่อนได้ว่าค้างเดือนไหน ยอดเท่าไหร่ และทางไหนเสียหายน้อยที่สุด ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

แหล่งอ้างอิงทั้งหมด

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 62 กำหนดแบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 146 สำเนาคู่ฉบับและใบแทน

แบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ฉบับทางการของกรมสรรพากร

คำแนะนำในการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 20 การนำส่งเงินภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

กฎกระทรวง ฉบับที่ 364 พ.ศ. 2563

ประมวลรัษฎากร มาตรา 1 ถึง 4 ซึ่งรวมมาตรา 3 เตรส และมาตรา 3 ปัณรส

ประมวลรัษฎากร มาตรา 38 ถึง 64 ซึ่งรวมมาตรา 50 50 ทวิ 52 และ 54

ประมวลรัษฎากร มาตรา 28 ถึง 37 ซึ่งรวมมาตรา 35 บทกำหนดโทษ

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.125/2546 การผ่อนผันออกหนังสือรับรองเดือนละครั้ง

โปรแกรม 50 Tawi Generator ของกรมสรรพากร

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด สิงหาคม 2569 เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือทางภาษี การจำแนกประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ต้องดูสาระของสัญญาเป็นสำคัญ กรณีของแต่ละกิจการมีรายละเอียดต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้ประกอบวิชาชีพก่อนดำเนินการ

แบบหนังสือรับรองที่เครื่องมือนี้สร้าง จัดวางตามช่องที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนด แต่ไม่ใช่แบบพิมพ์ทางการของกรมสรรพากร ก่อนใช้งานจริงครั้งแรก ควรพิมพ์เทียบกับแบบทางการทีละช่อง กรมสรรพากรมีโปรแกรม 50 Tawi Generator ให้ดาวน์โหลดใช้ฟรีด้วย

当社について

STA会計コンサルティング株式会社

STA、質の高い会計事務所 | account.co.th

当社は、誠実かつ透明性のある事業運営を行い、優れたガバナンスの原則を遵守し、「優良会計事務所(DBD)」および「代表会計事務所(税務部門)」として国際基準を保証します。

🏆 当社はタイで初めて、タイ商工会議所から優秀企業倫理賞、そして事業開発局から優秀企業統治賞を受賞しました。これは、当社の卓越した能力と、お客様のビジネスを専門的に管理する準備が整っていることを証明するものです。

本社
営業時間

222/8-9 シティセンタービレッジ

Ratchada-Wong sawang、Phibun Songkhram Road、Suan Yai Subdistrict、ムアン地区、ノンタブリ県 11000

月曜日~金曜日: 午前8時30分~午後5時30分
土曜日 - 日曜日: 休業

________________________

コールセンター:02-966-5589

: 093-956-1524

メールアドレス: crm@account.co.th
: sarawuth.s@account.co.th
: nontalee.r@account.co.th

© 2023 ACCOUNT.co.th

bottom of page