วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โพสต์ทูเดย์ — ธปท. ชี้ปีหน้าอาจใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อมากขึ้น
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยยอมรับว่า ในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้าอัตราเงินเฟ้อคงสูงขึ้นเร็ว จากปัจจัย 2 อย่างคือ
1.ราคาน้ำมันในปีหน้าที่จะปรับสูงขึ้นกว่าปีนี้
2.เศรษฐกิจปีหน้ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อสูงขึ้น เพราะความต้องการการบริโภคในประเทศน่าจะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้ามีการปรับเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น การดำเนินนโยบายการเงินของธปท. ที่เดิมมุ่งประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คงต้องเปลี่ยนมาดูแลรักษาเสถียรภาพด้านราคามากขึ้น ที่มีเป้าหมายดูแลอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่รวมราคาน้ำมันให้อยู่ในกรอบ 0.5-3% และคาดว่าเงินเฟ้อไม่น่าจะปรับขึ้นเร็วนัก เพราะการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพมีไปถึงช่วงเดือนมี.ค.ปีหน้า
ด้านนายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปปีหน้าในบางเดือนอาจจะเกิน 5% เนื่องจากฐานปีที่แล้วต่ำ และเมื่อบวกกับปัจจัยราคาน้ำมัน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาสินค้าการเกษตร ที่ปรับเพิ่มขึ้นจะมีผลให้เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น แต่ก็เชื่อว่าเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2553 จะอยู่ที่ระดับ 3-5% ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานปีหน้าอยู่ที่ 1.5-2.5%
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานจนต้องใช้ดอกเบี้ยมาคุมมองว่ายังไม่น่าเกิดขึ้นในระยะใกล้ เพราะธปท.ยังต้องรอดูสัญญาณเศรษฐกิจด้วยว่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจริงหรือไม่ ซึ่งหากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง อาจจะเห็นดอกเบี้ยขยับ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงครึ่งปีหลังไปแล้ว
|