กรมสรรพากรตั้งธงสกรีนเข้ม สกัดพวกหัวใส "การจัดตั้งคณะบุคคล" เป็นช่องทางเลี่ยงจ่ายภาษี แฉกลุ่มนักบริหาร ผู้รับเหมาก่อสร้าง แพทย์ สถาปนิก ดารานักแสดง แห่จดมากสุด โอดปัจจุบันก.ม.ยังไม่สามารถห้ามการขอจัดตั้งคณะบุคคลได้ ด้านอดีตผู้เชี่ยวชาญภาษี "สาธิต รังคสิริ " ยันสามารถแก้กฎหมาย โดยให้คงการจัดตั้งในรูปแบบ "ตั้งคณะบุคคล " แต่จัดเก็บภาษีอิงฐานรายได้บุคคล
จากกรณีที่กรมสรรพากร มีนโยบายตรวจเข้มการหลีกเลี่ยงเสียภาษี โดยเฉพาะรูปแบบ "การจัดตั้งคณะบุคคล "ขึ้นมาเพื่อจะสร้างรายจ่ายเท็จทำให้มีกำไรสุทธิหรือรายได้ลดลง เพื่อให้มีการเสียภาษีที่ลดลง หรือไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งยังมีการดำเนินการขอคืนภาษีโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ไปขอยื่นจัดตั้งคณะบุคคลกันมาก แต่ต่างถูกปฏิเสธ จนสร้างความสงสัยว่า กรมสรรพากรได้ยกเลิกรูปแบบการจัดตั้งคณะบุคคลแล้วหรือยัง
เรื่องนี้นายวินัย วิทวัสการเวท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าส่วนหนึ่งมาจากการตรวจสอบเชิงลึกที่พบว่ากลุ่มที่จดทะเบียนคณะบุคคลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีอาชีพมีรายได้สูง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักบริหาร ,กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างแพทย์ ,กลุ่มสถาปนิก และกลุ่มดารานักแสดง ฯลฯ ทั้งนี้โดยระบบการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยใช้อัตราก้าวหน้า หากมีเงินได้พึงประเมินสูง อัตราภาษีก็จะสูงเป็นขั้นบันได 7-37% ทำให้บุคคลในอาชีพดังกล่าวเหล่านี้ต้องตั้งคณะบุคคลขึ้นเพื่อแยกรายได้ออกมาในการเสียภาษีในอัตราบุคคลธรรมดา
สำหรับในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับรายได้ของกรมจากผลของการจัดตั้งคณะบุคคล ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความเสียหายว่ามีมากน้อยเพียงไร อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ที่เข้ามาขอจดทะเบียน เพื่อจัดตั้งคณะบุคคลขึ้นมา ณ ช่วงเวลาต่อจากนี้นั้น กรมจะตรวจสอบจากข้อเท็จจริงตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง คงจะไม่สามารถไปปิดกั้นไม่ให้มีการจัดตั้งได้ เนื่องจากตามข้อกฎหมายแล้ว สามารถดำเนินการได้
"ทางกรมจะตรวจเข้มการตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งตามข้อเท็จจริง ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นกลุ่มของดารานักแสดง ก็จะดูตามความเป็นจริงว่าเป็นการทำงานร่วมกันหรือไม่ ในการที่จะก่อให้เกิดรายได้หรือว่ารายได้นั้นเกิดมาจากความสามารถเฉพาะตัว หรือกล่าวก็คือดูว่ารายได้นั้นเกิดมาจากการทำงานอย่างไร ต้องทำร่วมกันรายได้ถึงจะเกิด หรือว่าทำคนเดียวก็สามารถเกิดรายได้ได้" นายวินัย กล่าวและว่า
การที่กรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบเอาผิดคณะบุคคลที่เสียภาษีไม่ถูกต้องนั้น ถือว่าเป็นหน้าที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบุคคลผู้ที่มีเงินได้ หรือมีรายรับมาก ก็สมควรที่จะต้องเสียภาษีไปตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งหากดำเนินการอย่างถูกต้องก็จะไม่มีปัญหาในภายหลัง สำหรับผู้ที่หลบเลี่ยงภาษีจะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ทั้งทางแพ่ง และในทางอาญา โดยในส่วนของทางแพ่ง ก็จะต้องชำระภาษีให้ถูกต้อง พร้อมทั้งเสียเบี้ยปรับ ขณะที่ในส่วนของโทษทางอาญา ก็จะมีความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร คือจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท
ด้านนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อดีตผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษี กรมสรรพากร กล่าวว่า หากต้องการไม่ให้มีการจัดตั้งคณะบุคคลเกิดขึ้น เพื่อจะป้องกันปัญหาการเลี่ยงเสียภาษี ก็จะต้องดำเนินการแก้ข้อกฎหมาย โดยทางกรมสรรพากรจะต้องทำเรื่องเสนอมาที่กระทรวงการคลัง เพื่อนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งก็เป็นการไขข้อกฎหมายตามปกติ ไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยาก เพียงแต่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนเท่านั้น
"การแก้ไขกฎหมายก็อาจจะมีข้อกฎหมายที่ให้มีการจัดตั้งคณะบุคคลได้ แต่ให้เสียภาษีตามปกติ หรือให้ทุกคนที่อยู่ในคณะที่จัดตั้งเสียภาษีเท่ากับรายได้ของแต่ละคน เป็นต้น "
อนึ่ง จากพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงภาษีทำให้กรมสรรพากรเสนอกระทรวงการคลังแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากร โดยให้ยกเลิกการจดทะเบียนคณะบุคคลเพื่อเป็นหน่วยเสียภาษี เนื่องจากที่ผ่านมาผู้มาขอจดทะเบียนคณะบุคคลทำผิดวัตถุประสงค์ จดทะเบียนคณะบุคคลเพื่อใช้เลี่ยงการเสียภาษีให้น้อยลง และการจดทะเบียนคณะบุคคล ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งไม่ได้ระบุเรื่องของคณะบุคคลไว้
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,471 18 ต.ค.- 21 ต.ค. 2552 |